Friday, March 11, 2016

บังทองที่ผู้กล้าออกคำสั่งแทนนาย



ในตอนที่เล่าปี่เดินทางไปยังเมืองเสฉวน เล่าปี่ได้พาที่ปรึกษาคนใหม่บังทอง ผู้ที่มีฉายาว่าฮองซูซึ่งมีสติปัญญาเทียบเท่ากับขงเบ้ง และสองขุนพลหน้าใหม่ ฮองตองและอุยเอี๋ยน

งานนี้ไม่มี กวนอู เตียวหุย จูล่ง ขุนพลที่เข้าขากันตามไปด้วย งานนี้เป็นงานใหญ่ พนักงานใหม่ก็ต้องแสดงฝีมือแสดงกึ๋นให้เป็นที่ประจักษ์

บังทองและหวดเจ้งได้เสนอให้เล่าปี่ฆ่าเล่าเจี้ยงที่งานเลี้ยงเสีย แต่เล่าปี่แย้งว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูก บังทองก็คะยั้นคะยอให้เล่าปี่ทำตาม เล่าปี่ก็ปฏิเสธเสียงแข็ง







วันต่อมาเล่าปี่กับเล่าเจี้ยงได้พบปะกันที่งานเลี้ยงก็สนทนากันถูกคอ บังทองแอบมาปรึกษาหวดเจ้งว่า เราจะปล่อยไปตามความคิดของเล่าปี่เห็นมิควร จึงแอบสั่งให้อุยเอี๋ยนไปรำดาบแล้วหาโอกาสฆ่าเล่าเจี้ยงเสีย

ทหารของเล่าเจี้ยงเห็นอุยเอี๋ยนรำดาบก็เลยโดดเข้ากลางวงขอรำดาบเป็นเพื่อน เล่าปี่เห็นก็ตกใจชักกระบี่ออกมาว่า "เรากับเล่าเจี้ยงต่างเป็นพี่สองกัน ไฉนพวกท่านจึงมาเล่นดาบกันเช่นนี้"



ในมุมการบริหาร หากผู้ใต้บังคับบัญชาฝ่าฝืนคำสั่ง ผู้ใต้บังคับบัญชาคงต้องถูกหมายหัวไว้แล้ว และจะต้องได้รับโทษทางวินัย งานนี้แทนที่บังทองจะแจ้งเกิดกลับจะโดนหมายหัว

หลังจบงานเล่าปี่ได้ออกมาตำหนิบังทองทำใหับังทองก็รู้สึกเกิดความน้อยใจ

ลองมาเทียบกับขงเบ้งบ้าง ขงเบ้งเองก็เคยเสนอให้เล่าปี่นั้นรับเมืองเกงจิ๋วมาจากเล่าเปียว แต่เล่าปี่ก็ไม่ยอมทำตาม ขงเบ้งก็ไม่เคยขัดขืนคำสั่งเล่าปี่แต่อย่างใด ซึ่งต่างจากบังทองแม้จะเป็นที่ปรึกษาแต่ก็แอบออกคำสั่งแทนนาย ซึ่งเป็นการกระทำที่มิถูกมิควร


credit รูปของพี่ Pariwat Chanthorn

รูปปั้นจำลองเหตุการณ์งานเลี้ยงรับรองเล่าปี่ พร้อมทั้งกุนซือทั้งสองฝ่าย บนหอฟู่เล่อถาง  หากมองจากภาพ ทางด้านขวามือจะเป็นฝ่ายเล่าปี่ ทางด้านซ้ายมือจะเป็นผ่ายเล่าเจี้ยง

ฝ่ายเล่าปี่ ถัดจากเล่าปี่ คนแรกคือบังทอง คนกลางคือฮองตง และคนท้ายคือ อุยเอี่ยน
ฝ่ายเล่าเจี้ย ถัดจากเล่าเจี้ยงไป คนแรกคือหวดเจ้ง เตียวหยิมและเล่ากุ๋ย ซึ่งจะขาดเหลงเปา และเตงเหียนไป

Wednesday, March 2, 2016

โจโฉผู้เป็นตัวตั้งตัวตี



ในช่วงต้นเรื่อง ตั๋งโต๊ะเข้ามาครอบครองอำนาจที่เมืองหลวง เหล่าขุนนางพากันหวาดกลัวต่ออำนาจ แถมข้างกายตั๋งโต๊ะก็มียอดนักรบแห่งยุคนามว่าลิโป้ เหล่าขุนนางพากันคับแค้นใจที่อ้ายเจ้าตั๋งโต๊ะ ขุนศึกหัวเมืองยกทัพเข้ามาชิงอำนาจไปดื้อๆซะงั้น จะทำยังไงดี จะทำยังไงดี อ้องอุ้นจึงนัดขุนนางมานั่งร้องไห้แงๆ




โจโฉเห็นเหล่าขุนนางร้องไห้ก็หัวเราะจ๊ากกกกก อ้ายพวกนี้เสียแรงที่กินเบี้ยหวัด ทำอะไรไม่ได้ก็พากันมานั่งร้องไห้ ร้องไห้จนถึงเช้าแล้วมันฆ่าตั๋งโต๊ะได้มั๊ยยยย มานี่เดี๋ยวอั๊วทำให้ดู ฆ่าตั๋งโต๊ะนั้นง่ายดั่งพลิ๊กฝ่ามือ เหล่าขุนนางต่างตกตะลึงว่า ไอ้หมอนี่มันกล้าดีมาจากไหน ริอาจจะเป็นศัตรูของตั๋งโต๊ะ

โจโฉแม้จะเป็นคนขี้โม้แต่อ้ายหมอนี่เอาจริง รอตั๋งโต๊ะงีบหลับก็ชักมีดสั้นหวังจะฆ่าอ้ายอริราชศัตรูให้ตายคาที่ แต่คนเลวนั้นดวงแข็งดันตื่นซะงั้น เห็นโจโฉชักมีดออกมาก็ตกใจจึงรีบทำว่า อ้ายโจโฉเจ้าจะทำอะไร?? โจโฉรีบแก้ตัวว่าตัวเองได้มีของมีค่าจึงอยากมอบให้แก่ท่านตั๋งโต๊ะ ตั๋งโต๊ะงัวเงียๆ เออดี มีดนี้สวยดีนะ (ไม่ชะเอ่ะใจเล้ยยยว่าใครจะเอามีดมาให้เราตอนเราหลับ -*-)


โจโฉเห็นท่าไม่ดีละ ตั๋งโต๊ะมันปัญญาน้อยคิดไม่ทัน แต่ถ้ามันคิดได้อั๊วตายแน่ๆ รีบเผ่นหนีออกจากเมืองดีกว่า ในขณะที่โจโฉหนีจากเมืองนั้น ก็โดนทหารประตูเมืองจับได้ส่งตัวไปให้นายอำเภอ โจโฉจากขุนนางกินเงินเดือนอยู่ดีๆ กลายเป็นผู้ต้องหาหลบหนีจนติดคุกหัวเกือบโต พลาดท่าก็มีแต่ตายกับตาย แถมตั๋งโต๊ะให้ค่าหัวสูงเกือบเท่าโจรสลัดลูฟี่



นายอำเภอตันก๋งแอบลงมาในคุกกลางดึก เข้ามาคุยกับโจโฉพร้อมทั้งถามโจโฉว่า ลื้อกล้าดียังไงถึงคิดเป็นศัตรูตั๋งโต๊ะ โจโฉบอกนกน้อยอย่างเจ้ามีหรือจะมาล่วงรู้ความคิดพญาครุฑอย่างข้า ตันก๋งนายอำเภอโดนนักโทษด่า อ้ายหมอนี่ช่างซ่าจริงๆ ไหนลองบอกแผนการเจ้ามาหน่อยสิ

โจโฉว่าอั๊วจะหนีไปหาพ่ออั๊ว แล้วจะแอบอ้างรับสั่งพระเจ้าเหี้ยนเต้ ส่งไปให้แก่หัวเมืองทั้งปวง ร่วมกันยกทัพไปยำตั๋งโต๊ะ ตันก๋งได้ฟังก็ปลื้มปิติในใจคิดว่า อั๊วเองก็คิดเหมือนกันแต่ไม่กล้าทำ แต่อ้ายโจโฉนี้มันกล้าทำท่าทางจะแน่ ตันก๋งจึงตัดสินใจปล่อยโจโฉและหนีตำแหน่งนายอำเภอเป็นคู่หูดูโอ้กัน แหมโชคชะตาผู้ที่จะเป็นใหญ่ในแผ่นดินนั้นยังไม่ถึงฆาต อะไรมันก็เอาไปไม่ได้

โจโฉได้เดินทางไปหาพ่อของตน พ่อโจโฉได้พาไปมาเศรษฐีคนนึงได้นำเงินมา support โจโฉ โจโฉเงินมีเงินไปจ้างทหารจนได้กองกำลังขึ้นมา พร้อมทั้งแอบอ้างรับสั่งพระเจ้าเหี้ยนเต้ ส่งหนังสือไปให้เจ้าเมืองต่างๆ "ใครไม่พอใจอะไรก็บอกว่าแกไม่พอใจ เออลุกขึ้น" ลองนึงถึงฉากบอสในเรื่องซีรีย์ฮอร์โมน


เจ้าเมืองมากหน้าหลายตา ต่างก็ไม่ชอบการกระทำของตั๋งโต๊ะ ได้แต่อัดอั้นตันใจ ทั้งๆที่มีทั้งเมือง มีทั้งกองทัพ แต่ไม่มีใครหน้าไหนกล้าออกมา ซึ่งต่างกับโจโฉ ผู้ที่แทบจะไม่เหลืออะไรเลย ได้ลุกขึ้นมาเป็นตัวตั้งตัวดี กล้าทำอะไรที่มันถูกต้อง กล้าขัดแย้งต่ออำนาจที่มิชอบธรรม กล้าได้กล้าเสีย กล้าที่จะพังประตูเข้าไปในวังปราบขันที กล้าที่จะลงมือฆ่าตั๋งโต๊ะ กล้าที่จะแอบอ้างรับสั่งฮ่องเต้ กล้าที่จะเรียกผู้คนออกมาลุกต่อสู้ แถมยังกล้ายกทัพตามตีตั๋งโต๊ะอีก แหม....แอดมินอวยโจโฉซะยกใหญ่เลย

Monday, February 29, 2016

สถานการณ์ สร้างวีรบุรุษ



ในช่วงที่ตั๋งโต๊ะกุมอำนาจได้ทำหยาบช้าเป็นอันมาก โจโฉถือได้ว่าเป็นแกนนำตัวตั้งตัวตีที่ออกมาต่อสู้ และสมัครพรรคพวกเข้ามาร่วม จึงเกิด "กองทัพ 18 หัวเมือง" ขึ้น

ซุนเกี๋ยนอาสาเป็นทัพหน้าเข้าปะทะกับตั๋งโต๊ะถือว่าเป็นแม่ผู้กล้าในเวลาที่อื่นกลัว ที่ตั๋งโต๊ะผู้มีอำนาจยังหวาดกลัวกับซุนเกี๋ยนผู้นี้

เล่าปี่แม้นไม่ได้เป็นเจ้าเมืองแต่ก็ติดตามกองซุนจ้านมาเข้าร่วม ครั้นลิโป้ออกมารบ ก็ไม่มีใครกล้าต่อกรกับลิโป้ มีแต่ 3 พี่น้องสวนท้อ เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย ที่เข้าไปรุมกินโต๊ะลิโป้ จนลิโป้ต้องถอยหนีกลับไป

โจโฉเป็นอีกคนที่เสนอให้อ้วนเสี้ยวนั้น สั่งยกทัพตามตีตั๋งโต๊ะ ตอนที่ตั๋งโต๊ะได้เผาเมืองลกเอี๋ยง ย้ายไปยังเมืองเตียงอัน โจโฉมีกำลังพลน้อยไล่ตามตีตั๋งโต๊ะเพียงลำพัง ทำให้โจโฉต้องพ่ายแพ้กลับมาในที่สุด

คงไม่น่าแปลกใจที่ทำไม สามคนนี้ถึงเป็นใหญ่ขึ้นมาได้ เพราะความเอาจริงเอาจัง ความกล้า และวิสัยทัศน์ ที่วิ่งเข้าหา "โอกาส"

ซึ่งต่างจากเจ้าเมืองคนอื่นๆ ที่รอแต่จ้อง "ฉกฉวยโอกาส" และเข้ามา "แสวงหาผลประโยชน์" โดยที่ไม่ได้ลงทุนลงแรงอะไรเลย

ต่อมาสามคนนี้ก็กลายเป็นคนเด่นคนดังไปทั่วแผ่นดิน แต่ก็มีบ้างที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นทรชน

โดยโจโฉโดนโจมตีว่า เมื่อโจโฉเป็นใหญ่นั้น โจโฉได้วางรากฐานอำนาจของตัวเองเพื่อให้ลูกของตัวเองขึ้นครองราชสมบัติ โดยการล้มล้างราชวงศ์ฮั่น

ส่วนเล่าปี่ถูกโจมตีว่าเป็นผู้ดีจอมปลอม อ้างว่าทำเพื่อราชวงศ์ฮั่นแต่สุดท้ายก็ยกตัวเองเป็นฮ่องเต้ และทำเพื่อพวกพ้องของตน

ซุนเกี๋ยนนั้นได้ลาลับก่อนเพื่อนในช่วงต้นเรื่องของสามก๊ก จึงไม่ค่อยถูกวิพากษ์วิจารณ์สักเท่าไหร่

หากไม่เกิด สถานการณ์ วิกฤต ก็ไม่อาจเกิดวีรบุรุษ วีรชน

คือผู้กล้าหาญ ผ่านปรากฎ
แบกทั้งหมด ความกดดันไม่หวั่นไหว
ด้วยศรัทธา ราญรอน สู้ก่อนใคร
เพื่อเทใจให้ราชวงศ์ฮั่นนิรันดร์....


Wednesday, February 24, 2016

จอมราชันย์อหังการ เชิญคุณเข้าร่วมสงครามได้แล้ววันนี้!!



เมื่อพูดถึงสามก๊ก เราก็คงหนีไม่พ้นเรื่องสงคราม อาวุธ เสบียง ทรัพยากร ขุนพล กลยุทธ พันธมิตร ดังนั้นเกมจอมราชันย์อหังการ ได้จำลองสิ่งต่างๆเหล่านี้ผสมผสานออกมาเป็นเกมส์ที่สนุกสนาน เพลิดเพลิน มาให้พวกเราได้สัมผัส กลิ่นไอของสามก๊กที่อยู่ในรูปแบบของเกมส์ออนไลน์




เมื่อเราเข้าไปอยู่ในเกมเราจะสวมบทเป็นเด็กหนุ่ม สาว ที่หลงเข้าไปอยู่ในยุคปลายราชวงศ์ฮั่นในช่วงของสงครามสามก๊ก โดยมีกวนอิ๋งผิงซึ่งเป็นครูที่ช่วยสอนเรื่องต่างๆ ให้กับเราเพื่อให้เราได้เติบโตกลายเป็นเจ้าเมืองผู้ยิ่งใหญ่ เพื่อรับมือกับสงครามต่างตามวรรณกรรม ในตำนาน แต่อย่าลืม! คุณไม่ได้ถูกเลือกให้มาอยู่ในยุคนี้เพียงคนเดียว!!



Samkok Saga
เป็นเกมแนววางแผนการรบที่มีความละเอียดในด้านสงคราม ฉากการรบที่มีทหารให้เลือกหลากหลายแบบ มีขุนพลในตำนานให้เลือกใช้มากมายกว่า 200 ขุนพล



ในช่วงแรกจะมีเมืองเรามาหนึ่งเมือง เราจะต้องสร้างเมือง ขยายอาณาเขตของเราโดยการเกี่ยวข้าว เก็บทอง ฝึกฝนทหาร ขยายปราสาท และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อให้ผ่านสงครามไปให้ได้




ระบบยึดเหมืองที่จะสะเทือนทั้งแผ่นดิน
สิ่งที่สำคัญในการรบนั้นก็คงหนีไม่พ้นเรื่องเสบียง การสงครามนั้นต้องพึ่งเสบียง จะเห็นว่าโจโฉสามารเอาชนะอ้วนเสี้ยวได้โดยการเผาเสบียงอ้วนเสี้ยว จึงทำให้อ้วนเสี้ยวนั้นพ่ายแพ้ไปในที่สุด

ดังนั้นภายในเกมนอกจากจะต้องขยายอาณาเขตและต่อสู้กับสงครามกองทัพต่างๆ แล้ว ยังมีอีกระบบหนึ่งที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอดคือระบบ “ยึดทรัพยากร” ซึ่งผู้เล่นแต่ละคนจะต้องแย่งกันยึดทรัพยากรที่มีจำกัด เช่น เหมืองหยก, เหมืองทอง, เหมืองเพชร, นาข้าว เพื่อเสริมกองกำลังให้แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยให้สามารถมีความได้เปรียบคู่ต่อสู้



สงครามกิลด์สุดมันส์ – เกมส์ออนไลน์ก็คงหนีไม่พ้นกิลด์ โดยแต่ละกิลด์จะต้องยึดและปกป้องปราสาทของพันธมิตรตนเองไว้ให้ได้ เพื่อขยายอาณาเขตการปกครอง ใครที่ชื่นชอบในสงครามขอบอกเลยว่าพลาดไม่ได้ !!



มีสกิลให้เลือกมากกว่าร้อยแบบ – บอกลากับสกิลที่ติดมากับตัวละครแบบเดิมๆ ไปเลย เพราะเกมนี้มีสกิลมากกว่าร้อยแบบ ซึ่งสามารถเลือกใช้ให้กับตัวละครไหนก็ได้ ทั้งแบบ Passive และ Active




นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม เกม Samkok Saga ถึงได้การรับรองจากสมาคมสามก๊กแห่งประเทศจีน ว่าถูกต้องตามหลักกลศึกสามก๊ก

สามารถติดตามข่าวสารการอัพเดทได้ที่
ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ Android และ iOS ที่  http://m.onelink.me/3ee547e2

Monday, February 22, 2016

ราชวงศ์จิ้นของสุมาเอี๋ยน หลังสามก๊ก



[ราชวงศ์จิ้นของสุมาเอี๋ยนหลังสามก๊ก]
หลังสุมาเอี๋ยนรวมแผ่นดินได้เป็นยังไงต่อ?
สุมาเอี๋ยนก็แต่งตั้งตนเป็นฮ่องเต้ราชวงศ์จิ้น แล้วยกทัพยึดง่อก๊กสำเร็จ หลังรวมแผ่นดินได้ก็แต่งตั้งยกตำแหน่งอ๋องให้ลูกหลานตระกูลสุมา แล้วให้ไปปกครองหัวเมืองต่างๆ

อ๋องเหล่านั้นมีกองกำลังมีอำนาจ จึงเกิดการแย่งชิงกันเกิดขึ้น เหตุการณ์นี้จึงเรียกว่า "กบฎ 8 อ๋อง" ตระกูลสุมาเข่นฆ่ากันเอง (สุมาอี้เห็นคนเป็นปลื้มมิน้อย)

ในระหว่างที่ตระกูลสุมารบกัน ชนเผ่าต่างๆที่เรียกว่า "ซงหนู" (คนเถื่อน พวกเตอร์ก พวกมองโกล สมัยนุ้นนน พระเจ้าฮั่นโกโจหรือเล่าปังเคยยกทัพไปปราบ) ก็ยกทัพเข้ามา ชนเผ่าพวกนี้มีความสามารถมาก มีชีวิตบนหลังม้า ความสามารถเหนือกว่าชาวจีน ในที่สุดก็ยกทัพยึดเมืองฉางอัน (บางตำราบอกเมืองลกเอี๋ยง) ได้แล้วก็แต่งตั้งตัวเองเป็นฮ่องเต้เลียนแบบชาวจีน

ราชวงศ์จิ้นอยู่มาได้ประมาณ 50 ปี แผ่นดินที่สุมาเอี๋ยนเคยรวบรวมไว้ก็แตกออก เป็น 16 แคว้น

ชาวจิ้นเดิม (เดิมกว่านั้นเรียกว่าชาวฮั่น) ก็ต้องยกทัพหนีลงใต้ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแยงซีแล้วก็แต่งตั้งราชวงศ์จิ้นใหม่ขึ้นมาใหม่ ในประวัติศาสตร์ เรียกว่า ตงจิ้น หรือ จิ้นตะวันออก

เราคงได้ยินคำเกริ่นนำของสามก๊กได้ดี ความว่า...

"เดิมแผ่นดินเมืองจีนทั้งปวงนั้นเป็นสุขมาช้านานแล้วก็เป็นศึก ครั้นศึกสงบแล้วก็เป็นสุข"

Sunday, December 13, 2015

ที่ปรึกษาแนะนำ ผู้นำตัดสินใจ


มาดูว่า 3 ข้อต่อไปนี้ ข้อไหนถูกที่สุด
1.เชื่อที่ปรึกษา
2.ไม่เชื่อที่ปรึกษา
3.เชื่อไม่เชื่อไม่รู้ เอาตามเสียงส่วนมากหล่ะกัน

ข้อ 1
โจโฉเดินทัพบุกกังตั๋ง เจียวก้านให้ความเห็นว่าควรเกลี้ยกล่อมจิวยี่ให้ยอมแพ้ โจโฉจึงเชื่อเจียวก้าน หลังจากนั้นเจียวก้านได้เดินทางไปหาจิวยี่ แต่โดนจิวยี่ซ้อนกล โดยการเป่าหูเจียวก้านว่า ชัวมอ เตียวอุ๋นเป็นไส้ศึก เมื่อเจียวก้านนำความไปแจ้งโจโฉ โจโฉจึงสั่งให้ประหาร ชัวมอ เตียวอุ๋น 2 แม่ทัพที่มีหน้าที่ฝึกหัดการสงครามทางเรือ ทั้ง 2 จึงจบชีวิตลง

ข้อ 2
เล่าปี่แค้นที่ซุนกวนที่เป็นต้นเหตุให้กวนอูตาย จึงยกทัพใหญ่ไปรบ ขงเบ้งไม่เห็นด้วยแต่เล่าปี่ไม่ฟังความที่ปรึกษา ยกกองทัพไปตายเกลี้ยง พร้อมทั้งเสีย 2 ทหารเอก เตียวหุย ฮองตง

ข้อ 3
เล่าปี่ฆ่ากิเหมาซึ่งเป็นขุนพลของโจโฉและยึดชีจิ๋วกลับมาได้ เล่าปี่จึงส่งหนังสือไปบอกอ้วนเสี้ยวให้ร่วมช่วยกันตีโจโฉ อ้วนเสี้ยวไม่รู้จะทำเช่นไรจึงเรียกที่ปรึกษามาคุย ฝ่ายเตียนห้องชีสิว เห็นว่า "ไม่ควรยกทัพไป" ทางด้านสิมโพย กัวเต๋าบอกว่า "เป็นโอกาสดีควรไป" ทั้ง 4 คนโต้เถียงกัน อ้วนเสี้ยวมึนงงไม่รู้จะฟังความข้างไหน ความเห็น 2 เสียงเท่ากัน ทันใดนั้น เขาฮิวและซุนขามเข้ามา อ้วนเสี้ยวจึงถามว่าควรทำอย่างไร ทั้ง 2 จึงลงความเห็นว่าควรยกทัพไปตีโจโฉ อ้วนเสี้ยวจึงเชื่อฟังเสียงส่วนมาก จึงเป็น "โอกาส" ให้อ้วนเสี้ยวนั้นมีชัยเหนือโจโฉ (ความเห็นส่วนตัว หาอ้วนเสี้ยวต้องการปราบโจโฉ ผมเชื่อว่าการยกทัพไปร่วมกับเล่าปี่ ดีกว่าการยกทัพไปฝ่ายเดียว)

สรุปคือ ที่ปรึกษาดีๆมีเยอะ แต่บางครั้งก็เชื่อได้ บางครั้งก็เชื่อไม่ได้ บางครั้งเชื่อเสียงส่วนมากดันออกมาดี แต่บางครั้งเสียงส่วนมากพาล่มจมก็มี ผมจึงตั้งหัวข้อขึ้นมาว่า "ที่ปรึกษาแนะนำ ผู้นำตัดสินใจ" หากเกิดการผิดพลาดขึ้นมาคุณควรที่จะรับผิดชอบการตัดสินใจนั้ มิใช่โยนความผิดให้ที่ปรึกษา (พอผลออกมาดีชมว่าเป็นการตัดสินใจตน พอผิดพลาดโทษว่าเป็นความเห็นของที่ปรึกษา)

อันนี้แค่ตัวอย่างนะครับ โจโฉ เล่าปี่ อ้วนเสี้ยว จะเป็นแบบนี้ทั้งเรื่อง

ท้ายสุดอยากจะฝากว่า คุณอย่าฝากความหวังทุกสิ่งทุกอย่างไว้กับ consult และ การเป็นผู้นำนั้นไม่ได้ง่ายเลย ผมบอกได้เลยว่าสิ่งที่ยากสุดของการเป็นผู้นำคือ "การตัดสินใจ" มันคือตัวที่ตัดสินทุกๆสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาต

Thursday, December 3, 2015

โจโฉหัวเราะร่า กับ เล่าปี่เสียน้ำตา


ในวรรณกรรมสามก๊กโจโฉและเล่าปี่ ล้วนเป็นระดับ Top management ทั้ง 2 คนต่างก็มีบุคลิกที่คล้ายกันเช่น เรื่องความเพียร ความทะเยอทะยาน มุ่งมานะ แต่ก็มีบุคลิกหลายๆอย่างที่แตกต่างเช่นกัน หลอกว้านจงได้กล่าวถึงการบีบน้ำตาของเล่าปี่ในหลายๆตอน และ การหัวเราะร่าของโจโฉ หลายๆตอนเช่นกัน

ถ้าพูดถึงโจโฉนั้น โจโฉเป็นคนมีอารมณ์ขัน หัวเราะได้ทุกเวลา หัวเราะแบบไม่รู้จักเวล่ำเวลาก็มี 555 ชนะก็หัวเราะ แพ้ก็หัวเราะ

- ตอนที่โจโฉหัวเราะขุนนางที่นั่งร้องไห้กันว่า พวกท่านจะใช่น้ำตาฆ่าตั๋งโต๊ะเช่นนั้นหรือ
- ในศึกที่ออกรบ โจโฉจะหัวเราะเหยียดหยามคู่ต่อสู้
- ในครั้งที่แพ้ศึกลิโป้มา โจโฉก็หัวเราะร่าว่าข้าถูกอุบายลิโป้เข้าเสียแล้ว
- โจโฉแตกทัพในศึกเซ็กเพ็ก หนีมาทางคับแคบ หัวเราะความคิดของขงเบ้งและจิวยี่ว่าหาก 2 คนนั้นมาตั้งกองทัพดักไว้ ตนเองจะหนีไปไหน หัวเราะแบบนี้อยู่ถึง 3 ครั้ง

ถ้าพูดถึงเล่าปี่ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการเสียน้ำตา หลายคนตั้งคำถามมากว่า เล่าปี่ร้องไห้กี่ครั้ง ผมก็ไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆในสถานการณ์ที่คับขัน เสียใจ ดีใจ อาลัยอาวร เล่าปี่ก็บีดน้ำตาออกมา ไม่ว่าจะเป็น

-ตอนที่พบกวนอูเตียวหุยแล้วตกลงเป็นพี่น้องกัน
- ร้องไห้รักเตียวหุยตอนเสียเมืองชีจิ๋วให้ลิโป้
- ตอนที่แตกทัพหนีโจโฉเล่าปี่สงสารประชาชนที่ติดตามมาซึ่งได้รับความลำลากยิ่งนัก
- ร้องไห้รักจูล่งที่อุส่าห์ผ่าด่านช่วยอาเต้าตนจูล่งเกือบเสียชีวิต
- ร้องไห้ให้ซุนฮูหยินช่วยพาหนีจากการโจมตีของทหารของจิวยี่
ฯลฯ

นี่ก็เป็น 2 บุคลิกที่แตกต่างกันระว่างโจโฉและเล่าปี่ เมื่อยามวิกฤตโจโฉหัวเราะให้โชคชะตาของตน ในทางกลับกันเมื่อยามวิกฤตเล่าปี่ร้องไห้ให้กับชะตาของตน ไม่ว่าจะเป็นการหัวเราะหรือร้องไห้ ทั้ง 2 คนก็ผ่านวิกฤตมาจนเป็นใหญ่ขึ้นมาได้

ปล.มาสคาร่าเล่าปี่เลอะหมดแล้ว - -a