Tuesday, October 20, 2015

#เอาตัวรอดสู่ความสำเร็จของเล่าปี่ #3




โตเกี๋ยมพยายามมอบเมืองให้เล่าปี่หลายต่อหลายรอบ เล่าปี่ก็ยังไม่ยอมรับ และพูดต่อหน้าทุกคนว่านั่นคือความไม่ชอบธรรมที่จะแย่งชิงเมืองมาเป็นของตน เหล่าที่ปรึกษาแลขุนนางของโตเกี๋ยมก็พากันเทใจให้แก่เล่าปี่

หลังโตเกี๋ยมตายไม่นานเล่าปี่ก็ถูกเสนอชื่อให้เป็นเจ้าเมือง ในขณะนั้นมี โจโฉ ลิโป้ อ้วนสุด หากต้องเลือกใครคนใดคนหนึ่งเป็นศัตรูเล่าปี่ก็เลือกอ้วนสุด เล่าปี่จึงยกทัพไปตีอ้วนสุดเพื่อเอาใจโจโฉ ยอมยกเมืองชีจิ๋วให้ลิโป้เพื่อเอาใจลิโป้ ยอมพูดวลี "พี่น้องเปรียบเหมือนแขนขา ลูกเมียเปรียบเหมือนเสื้อผ้า" เพื่อซื้อใจกวนอูเตียวหุย

เล่าปี่หว่านเสน่ห์ให้กับทุกคนสร้างภาพของตัวเองขึ้นมาให้ผู้คนไว้ใจ เมื่อขัดแย้งกับลิโป้ เล่าปี่ก็หนีมาหาโจโฉ การที่มาอยู่กับโจโฉในเมืองหลวงอีกครั้ง เป็นการสร้าง connection อีกขั้นหนึ่งของเล่าปี่




หลังจากปราบลิโป้เสร็จ โจโฉทูลความดีความชอบของเล่าปี่ ต่างกับสมัยที่เล่าปี่ทำผลงานปราบโจรโพกผ้าเหลือง เพราะมีบิ๊กใหญ่ระดับโจโฉเป็นผู้ออกหน้า เล่าปี่จึงได้รู้จักมักจี่กับพระเจ้าเหี้ยนเต้ และชื่อเสียงในด้านดีๆที่เล่าปี่สร้างไว้ก็สะท้อนออกมา เล่าปี่จึงได้เป็นพระเจ้าอาขององค์ฮ่องเต้ในเวลาต่อมา

เล่าปี่มาถึงตรงนี้มิใช้ชะตาฟ้ากำหนด ความสามารถนี้มิอาจตบตา โจโฉ ซุนฮก เทียหยก ได้ ต่อมาพระเจ้าเหี้ยนเต้ไม่พอใจพฤติกรรมของโจโฉที่มีท่าทีของการจาบจ้วง จึงเรียกตัวตังสินเขียนราชโองการเลือดขอความช่วยเหลือ



จากนั้นตังสินก็ล่ารายชื่อตั้งคณะกรรมการขบวนการปราบโจโฉขึ้นมา แถมยังเชิญเล่าปี่มาลงชื่อด้วย เล่าปี่บัดนี้ต้องเลือกข้างแล้วว่าจะอยู่ข้างองค์ฮ่องเต้หรือโจโฉ อยู่ดีๆก็มีคนเรียกไปลงชื่อซะงั้น กลับมาก็แสร้งปลูกผักหลอกโจโฉไปวันๆ สุดท้ายก็เลือกที่จะหนีออกมาดีกว่า ขืนอยู่ในเมืองหลวงก็คงโดนฆ่าตัดตอน เอาตัวรอดแล้วกลับมาสู้ต่อยังจะดีกว่า ในเวลาต่อมาโจโฉจับได้ว่าเล่าปี่คิดรายต่อตน จุดนี้จึงกลายเป็นจุดแตกหักระหว่างเล่าปี่และโจโฉตั้งแต่นั้นมา

หลังจากโจโฉล้างบางตังสินและพวกที่คิดร้ายตนในเมืองหลวงเรียบร้อยแล้วก็เหลือแต่เล่าปี่และม้าเท้ง เล่าปี่ได้เปิดศึกกับโจโฉอย่างเมามัน เล่าปี่ไม่สามารถสู้โจโฉได้ เมืองแตกต้องหนีกันไปคนละทิศละทาง ว่าแต่จะหนีไปไหนดีหล่ะ? ผู้ยิ่งใหญ่ในเวลานั้นก็คงมีแต่อ้วนเสี้ยว ใช้หลักศัตรูของศัตรูคือมิตร เล่าปี่มิได้มีความบาดหมางกับอ้วนเสี้ยว แถมยังไว้หน้าอ้วนเสี้ยวเมืองครั้ง 18 หัวเมือง นี่คงเป็นผลพวงของความใจเย็น การมีมิตรนั้นดีกว่าการมีศัตรู นับว่าเป็นการเอาตัวรอดได้เก่งอาจยิ่งนัก

Sunday, October 4, 2015

#เอาตัวรอดสู่ความสำเร็จของเล่าปี่ #2



กองซุนจ้านสหายรักของเล่าปี่ก็ได้เสนอชื่อเล่าปี่ในที่ประชุมอีกครั้ง ทำให้เล่าปี่ได้ไปเป็นเจ้าเมืองเพงง้วนก๋วน ต่อมาโจโฉได้สร้างกองทัพชูธงล้มลางอำนาจตั๋งโต๊ะพร้อมทั้งเชิญชวนเจ้าเมืองหลายคนมาช่วยเหลือ จึงเกิดกองทัพ 18 หัวเมืองขึ้นมา เล่าปี่เองก็ได้ติดตามทัพกองซุนจ้านไป เล่าปี่จึงได้อยู่ท่ามกลางเหล่าบรรดาเจ้าเมืองผู้ยิ่งใหญ่หลายๆคน

ฮัวหยงแม่ทัพของตั๋งโต๊ะยกทัพมาฆ่าแม่ทัพของ 18 หัวเมืองไปหลายคน กวนอูน้องรองแห่งสวนท้อถือโอกาสแสดงฝีมือให้เหล่าบรรดาเจ้าเมืองเป็นที่ประจักษ์ หลังจากที่กูอูฆ่าฮัวหยงได้ ก็กลายเป็นการสร้างชื่อเสียงให้แก่เล่าปี่ไปในตัว จากเชื้อพระวงศ์ โนเนม ตอนนี้เริ่มจะกลายเป็นจุดสนใจของเจ้าเมืองทั้งหลาย



การที่เล่าปี่นั้นได้สร้างผลงานก็เป็นการฉีกหน้าบรรดาเจ้าเมืองหลายๆคน อ้วนเสี้ยวไม่พอใจจึงไล่เล่าปี่ออกไป เล่าปี่ต้องการเอาตัวรอด ไม่อยากเป็นที่ขุ่นเคือง และต้องการโชว์สปิริตให้แก่ผู้คน จึงขอตัวออกไป การมาเข้าร่วมของทัพ 18 หัวเมืองครั้งนี้ของเล่าปี่ก็มิได้เสียปล่าว

ต่อมาลิโป้ได้ยกทัพมาเอง ยอดนักรบแห่งยุคที่ไม่มีใครสามารถต่อกรได้ เก่งกว่าฮัวหยงหลายเท่า แม่ทัพ 18 หัวเมืองตายไปหลายนายจนไม่มีใครกล้าที่จะไปต่อกรกับลิโป้ ทันใดนั้นเอง ผู้กล้าเตียวหุยได้ควบม้าเข้าไปต่อสู้กับลิโป้ พร้อมทั้งกวนอูแลเล่าปี่ เจ้าเมืองก็ต่างพากันตกตะลึง ว่าอ้ายสามคนนี้สามารถไล่ลิโป้กลับไปได้

ในเวลาต่อมาโจโฉได้มีความขัดแย้งกับโตเกี๋ยม โตเกี๋ยมนั้นกลัวโจโฉจึงได้ขอความช่วยเหลือกับสหายขงหยง (ขงหยงและโตเกี๋ยมก็เป็นส่วนหนึ่งในทัพ 18 หัวเมือง) ขงหยงได้เสนอชื่อของเล่าปี่ ให้มาช่วย เนื่องจากว่าเล่าปี่นั้นเป็นคนมีสติปัญญาโอบอ้อมอารี โตเกี๋ยมก็เห็นด้วย เป็นไงหล่ะครับการสร้างชื่อเสียงของเล่าปี่ครั้งนั้นมิสูญเปล่า

Credit ภาพจาก Page สามก๊ก (samkokview)


พอเล่าปี่ได้จดหมาย ก็ตอบตกลงไปทันที เล่าปี่จึงได้ยืมทหารของกองซุนจ้านพร้อมทั้ง จูล่ง ติดทัพมาด้วย เล่าปี่นั้นเริ่มที่จะเป็นจุดสนใจในชนชั้นปกครอง การเดินทางของเล่าปี่มาครั้งนี้ มิใช่มาทำสงคราม แต่มาเพื่อเจรจายุติสงคราม โคตรพระเอกเลย...

เล่าปี่ส่งจดหมายไปเจรกับโจโฉ โจโฉโกรธเล่าปี่มาก ทันใดนั้นลิโป้ได้ยกทัพมายึดเมืองของโจโฉ ทำให้โจโฉต้องยกทัพกลับไปชิงเมืองตัวเองคืน เมืองชีจิ๋วก็เป็นสุข ชาวเมืองก็ยินดี โตเกี๋ยมก็ยินดี เล่าปี่ก็ได้เป็นฮีโร่ ซื้อใจทั้งประชาชนและเจ้าเมือง นี่คือการสร้างบารมีของเล่าปี่อีกครั้ง


Wednesday, September 30, 2015

#เอาตัวรอดสู่ความสำเร็จของเล่าปี่ #1



หลายคนชอบเล่าปี่ หลายคนเกลียดเล่าปี่ ข้อเสียของเล่าปี่มีมากพอๆกับข้อดีของเล่าปี่ เอ๊ะยังไง? หลายบทความที่ผมเขียนกระแซะเล่าปี่ไม่ใช่ผมไม่ชอบเล่าปี่นะครับ เราต้องแยกความชอบและความไม่ชอบออก ชอบบางอย่างไม่ชอบบางอย่าง ก็เลยมักจะไม่เหมารวม

เล่าปี่นั้นรู้จักวิธีการที่จะทำให้ตัวเองสู่ความสำเร็จ เล่าปี่ถูกขนานนามว่าเป็นผู้ที่มีความโอบอ้อมอารี ผู้พนมมือให้แก่ชนทุกชั้น การเปิดโอกาสให้ชีวิต คือการที่มีความอ่อนน้อมถ่อมต้น เล่าปี่ไม่มีเส้นสาย เป็นแค่คนจนๆ ไหนเลยจะเป็นใหญ่ได้ในสังคมเช่นนั้น ในวรรณกรรมกล่าวว่า เล่าปี่เป็นคนมักใหญ่ไฝ่สูงเล่าปี่เคยพูดตอนเด็กๆว่า "วันใดที่กูได้เป็นเจ้า กูจะเอาต้นหม่อนนี้ไปทำเศวตฉัตรกั้น"



เล่าปี่มีอุดมการณ์ในการปราบโจรโพกผ้าเหลือง ฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่น แต่การที่ไม่มีต้นทุนในชีวิตเลย จะทำยังไงดีหล่ะ? คงได้แต่ทอดถอนใจ ไปวันๆ และแล้ววันนึ่งได้พบกับยอดขุนพลอย่าง กวนอู เตียวหุย และ 2 คนนี้น่าจะเป็นกำลังหลักให้แก่ตนได้

เล่าปี่จึงใช้ต้นทุนที่ตัวเองมี ความโอบอ้อมอารี อุดมการณ์ และ นามสกุลดัง ใช้ในการพูดคุยซื้อใจยอดขุนพลทั้งสอง เตียวหุยผู้ที่มีทุนทรัพย์ ได้ขายทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อไปลงทุนกับเล่าปี่ ไม่แปลกใจที่สองคนนี้ถึงได้เป็นคนที่เล่าปี่รักเป็นอันมาก ในช่วงท้ายๆวรรณกรรม เล่าปี่ถึงได้ละทิ้งอุมดมการณ์ ยกทัพตีซุนกวนเพื่อล้างแค้นแทนน้องร่วมสาบานของตน


เล่าปี่ ได้ปราบโจรโพกผ้าเหลืองสร้างความดีความชอบสำเร็จก็ได้เป็นนายอำเภอเล็กๆ หลังจากที่เริ่มจะมีชื่อเสียงแล้ว เล่าปี่ยังต้องการซื้อใจปวงประชา เล่าปี่จึงปกครองประชาชนเป็นอย่างดี เป็นคนตงฉิน ไม่ซื้อยศซื้อตำแหน่ง ไม่ส่งส่วย จึงทำให้คนชั้นปรกครองไม่ชอบขี้หน้า จึงมีเรื่องกับต๊กอิ้ว ต๊กอิ้วพยายามบีบเล่าปี่ให้ออก สร้างความไม่พอใจแก่เตียวหุย เตียวหุยจึงจับต๊กอิ้วมาโบย เล่าปี่เห็นว่าหากมีเรื่องกับต๊กอิ้วตัวเองคงจะแย่ จึงตัดสินใจลาออก เพื่อความอยู่รอดของตน ประชาชนต่างพากันเสียดายและเสียใจ

แต่การเป็นนายอำเภอครั้งนี้ เล่าปี่กลับได้หัวใจของชาวประชา มีทักษะความสามารถในการเอาตัวรอด ซื้อใจชาวประชา ซื้อใจลูกน้อง มีความเป็นผู้บริหารมากกว่าที่จะเป็นนักรบ นั่นก็จึงเป็นจุดเริ่มต้นของชายผู้ที่ถือว่าเป็นยอดคนคนหนึ่งในสามก๊ก

ติดตามตอนต่อไป....

Thursday, September 17, 2015

จุดจบของผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ


[จุดจบของผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ]
ซุนฮกคือผู้ที่สร้างรากฐานให้แก่โจโฉ ซุนฮกเป็นที่ปรึกษารุ่นแรกของโจโฉ พร้อมทั้งเป็นผู้แนะนำเหล่าที่ปรึกษาเก่งๆหลายคนให้แก่โจโฉ ผมมองว่าซุนฮกนั้นมีบทบาทเด่นที่สุดในกลุ่มที่ปรึกษาทั้งปวงและเป็นคลังสมองให้แก่โจโฉ
ในตอนที่โจโฉทำศึกกับโตเกี๋ยม ซุนฮกเป็นผู้ทำหน้าที่รักษาเมืองแทนโจโฉ แต่ก็เสียเมืองไปให้แก่ลิโป้ ซุนฮกจึงส่งจดหมายไปบอกโจโฉว่า งานสำคัญไม่ใช่การตีโตเกี๋ยมแต่เป็นการชิงฐานที่มั่นคืน
ช่วงที่ลิฉุย กุยกี คิดร้ายต่อฮ่องเต้ ซุนฮกเป็นผู้เสนอให้โจโฉรีบคว้าโอกาสทอง ชูธงธรรมปกป้ององค์ฮ่องเต้ ตามปณิธานแรกของโจโฉ จนโจโฉได้ขึ้นเป็นใหญ่ชั่วข้ามคืน ในช่วงโจโฉออกศึกไหนๆซุนฮกก็จะคอยเป็นผู้รักษาเมืองไว้ให้
ซุนฮกผู้นี้ยังเคยเสนอให้โจโฉจัดการกับเล่าปี่ก่อนที่เล่าปี่จะเป็นภัย ในศึกกัวต๋อโจโฉรบกับอ้วนเสี้ยว โจโฉมีท่าทีว่าจะถอย ซุนฮกรีบส่ง email ไปบอกโจโฉว่าห้ามถอย จนโจโฉสามารถปราบอ้วนเสี้ยวได้สำเร็จ
นับเป็นตัวหมากที่คอยหนุนหลังโจโฉในทุกๆเรื่อง ต่อมาโจโฉได้แต่งตั้งตัวเองเป็นวุยก๋ง เหล่าที่ปรึกษาพากันเห็นชอบ แต่ซุนฮกนั้นกับเห็นต่างและแย้งโจโฉไป พร้อมทวงถามถึงปณิธานหลักของโจโฉ ที่ว่ารักฟื้นฟูและช่วยเหลือฮ่งเต้ แต่โจโฉวันนี้มิใช่โจโฉเมื่อก่อนที่เคยฟังคำซุนฮก โจโฉได้แต่งตั้งตัวเองเป็นวุยก๋งในภายหลัง ทำให้ซุนฮกเสียใจเป็นอันมาก
ต่อมาโจโฉกำลังยกทัพตีซุนกวนจึงชวนซุนฮกไป ซุนฮกคิดว่าโจโฉจะทำร้ายตน จึงแสร้งป่วยกายเมือง โจโฉรู้จึงสั่งให้ทหารส่งกล่องเปล่าไปให้ซุนฮก ซุนฮกเห็นเช่นนั้นก็เสียใจ จึงตรอมใจกินยาพิษตาย....
ปริศนากล่องเปล่าในวรรณกรรมไม่ได้บอก แต่ก็สามารถตีความได้หลายแง่มุม ตัวโจโฉเองไม่ชอบใครมาขัดใจเท่าไหร่ และการขัดคอครั้งนี้จึงเป็นการสื่อให้เห็นทัศนคติความมักใหญ่ของโจโฉ ทั้งๆที่ตำแหน่งโจโฉนั้นเป็นใหญ่อยู่แล้วไม่จำเป็นต้องเป็นวุยก๋งก็ได้ แต่โจโฉกลับทำ ในเมื่อความเห็นทั้ง 2 ต่างกันก็ยากที่จะอยู่ร่วมกัน นับว่าเป็นจุดจบอันน่าเศร้าของที่ปรึกษาที่จงรักภักดี
อำนาจ....เมื่อไม่เคยลิ้มรส ก็จะไม่รู้สึกรู้สม กระทั่งเมื่อเคยลิ้มลองลิ้มรส ก็ยากตัดใจ..สามารถเปลี่ยนแปลงคนได้จากหน้ามือเป็นหลังมือ

อันร่างกายหมายสูงฝูงความคิด
คอยผูกจิตสัมพันธ์กันหมดสิ้น
เรามาจากแห่งใดในอาจินต์
ควรถวินกลับคืนอย่าลืมคอน

คำโบราณท่านบอกนี้ชอบนัก
เราจึงควรหวนตระหนักในอักษร
เมื่อได้ดีอย่าลืมหลังครั้งเก่าก่อน
ให้หวนย้อนเราเป็นใครในความจริง
credit คำกลอน : Design with love

Tuesday, August 25, 2015

จิ๋นซีฮ่องเต้


ยุคชุนชิว เชื่อกันว่า ขงจื้อ เป็นผู้เรียบเรียงประวัติศาสตร์ในยุคนั้น
ราชวงศ์โจว เสื่อมอำนาจ 7 รัฐแย่งความเป็นใหญ่ ผมจะโฟกัสที่รัฐฉิน (ของจี๋นซีฮ่องเต้) 

รัฐฉินนั้นมีความแข็งแกร่ง โหดเหี้ยม ยกทัพไปที่ไหนผู้คนก็กลัว จิ๋นซีก็ไล่เชคบิลไปทีละรัฐ คนไม่มีคู่ต่อสู้และสามารถรวมแผ่นดินจีนได้เป็นปึกแผ่นพร้อมทั้งแต่ตั้งตัวเองเป็น "จิ๋นซีฮ่องเต้" (ประเทศจีนก็มาจาก จิ๋น นี่แหละ)
จี๋นซีฮ่องเต้นั้นมีผลงานก็คือ
- ได้สร้างกำแพงเมืองจีนขึ้นมา 
- กำหนดให้ใช้ตัวอักษรภาษาจีน 
- ใช้กฎหมายอย่างเป็นเอกภาพทั่วประเทศ
- การกำหนดให้ใช้เงินตราอย่างเดียวกัน
       
พร้อมทั้งสั่งฆ่าสาวก "ขงจื้อ" ที่บังอาจมาวิจารณ์ตน จี๋นซีนั้นโหดเหี้ยมทารุณยิ่งกว่าตั๋งโต๊ะ ทำการเผานังสือนักปราชญ์ในยุคนั้นทิ้งหมด (ยกเว้นพวกตำราทางการแพทย์และเกษตร) ฝังพวกกลุ่มลัทธิขงจื้อไป 4000 กว่าคน ผู้คนต่างก็พากันสาบแช่ง เป็นคนทรราช เฮียแกยังเก็บภาษีประชาชนอย่างโหดอีกด้วย ใครทำผิดก็ฆ่าล้างโคตร ประชาชนอยู่กันอย่างหวาดละแวง นับว่าเป็นสุดยอดแห่งความเผด็จการ

เมื่ออายุมากก็เริ่มกลัวตาย ใครพูดเรื่องตายขึ้นมาถูกฆ่าหมด สั่งให้ทหารออกเรือ ตามหายาอายุวัฒนะ มีนิทานเล่าว่า คนที่ประเทศญี่ปุ่นคือทหารของจิ๋นซีที่ถูกใช้ให้ออกเรือไปตามหายาอายุวัฒนะ จิ๋นซีออกเดินทางไปสถานที่ต่างๆเพื่อหาเซียนผู้วิเศษเพื่อที่ทำให้ตนนั้นไม่แก่ชรา สุญเสียเงินตรากับเรื่องนี้เป็นอันมาก ในเวลาต่อมาจิ๋นซีก็ทรงป่วยหนักและเสียชีวิตนอกสถานที่ในขณะที่ออกตามหายาวิเศษ

หลังจากจิ๋นซีตายก็มีการช่วงชิงอำนาจกันต่อ ฮ่องเต้คนต่อมาเบาปัญญา ผู้คนเกลียดชัง เกิดการก่อกบฎ จนสุดท้ายก็ล่มสลาย 




สุสานจี๋นซีฮ่องเต้ได้ค้นพบโดยบังเอิญเมื่อ พ.ศ. 2517 โดยชาวนาในหมู่บ้านซีหยาง ในขณะที่ขุดดินเพื่อทำบ่อน้ำ บริเวณเชิงเขาหลีซาน โดยในระหว่างที่ขุดนั้น ก็บังเอิญพบกับซากของทหารดินเผา ที่ทราบภายหลังว่ามีอายุมากกว่า 2,000 ปี

ปัจจุบันรัฐบาลจีนขุดค้นพบวัตถุโบราณที่เป็นกองทัพทหารดินเผา สรรพาวุธ รถม้าและม้าศึก จำนวนทั้งสิ้นกว่า 7,400 ชิ้น ภายในบริเวณพื้นที่หลุมสุสานกว่า 25,000 ตร.ม. มีการคาดคะเนว่าอาณาเขตของสุสานจี๋นซีฮ่องเต้จะมีพื้นที่มากกว่า 2,180 ตร.กม. จี๋นซีฮ่องเต้สื่อหวงได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลก

สุสานจี๋นซีฮ่องเต้เริ่มก่อสร้างในสมัยจี๋นซีฮ่องเต้ ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 38 ปี แบ่งออกเป็นพระราชฐานชั้นในและพระราชฐานชั้นนอก ภายในสุสานใช้บรรจุพระบรมศพของจี๋นซีฮ่องเต้ ทรัพย์สมบัติต่าง ๆ ตลอดจนกองกำลังทหาร นางสนมและนางกำนัล รถม้าและขุนพลทหาร จำนวนมาก เพื่อเป็นตัวแทนของข้าราชบริพารในการร่วมเดินทางไปยังปรโลกของจี๋นซีฮ่องเต้

ราชวงศ์ฉินจึงมีอายุอยู่ได้เพียง 15 ปี แต่อย่างไรก็ดี คำว่า "หวงตี้" (ฮ่องเต้) ก็ได้เป็นคำที่กษัตริย์จีนใช้เรียกตัวเองตลอดมา 2,000 กว่าปี


Wednesday, April 22, 2015

ธาตุขันธ์หลังความตายของกวนอู


ขงเบ้งได้มอบหมายหน้าที่ให้กวนอูรักษาเมืองเกงจิ๋ว กวนอูเป็นแม่ทัพที่เก่งกาจ ยากที่จะหาใครเทียมได้ 
- กวนอูบุกเดียวไปยังแดนกังตั๋ง
- ใช้อุบายทดน้ำทำลายทัพอิกิ๋ม
- รบชนะบังเต๊ก


เรียกได้ว่าในชั่วโมงนี้ไม่มีใครเทียบฝีมือกวนอูได้ แต่แม่ทัพที่ชนะศึกหลายๆ ครั้งมักจะเกิดลำพองใจโดยมิรู้ตัว ความหยิ่งในศักดิ์ศรี จนต้องพลาดท่าให้แก่ 2 แม่ทัพเมืองกังตั๋งอย่างลกซุนและลิบอง ทำให้กวนอูเสียเมืองเกงจิ๋วและถูกจับตัวเป็ยเชลย


ซุนกวนเกลี้ยกล่อมให้กวนอูมาเป็นพวก แต่กวนอูปฎิเสธพร้อมยอมตาย ซุนกวนจึงประหารกวนอู แล้วนำศีรษะส่งไปให้โจโฉ 

- จากนั้นโจโฉก็ฝังศีรษะกวนอูไว้ที่เมืองลกเอี๋ยง(ลั่วหยาง) 
- ร่างกายกวนอูอยู่ที่เมืองตงหยง(ตงเอี๋ยง) 
- วิญญาณของกวนอูกลับไปยังจวนหยกสัน 

โดยมีกวนเป๋ง จิวฉอง และม้าเซ็กเธาว์ติดตามเป็นบริวาร

หลังจากกวนอูตายได้ไม่นาน หลวงจีนเภาเจ๋งนั่งสมาธิและรับรู้ว่ากวนอูนั้นตายแล้วกลับมาหาตนพร้อมทั้งทวงศีรษะตัวเองคืน (หลวงจีนเภาเจ๋งเป็นชาวบ้านไก่เหลียงบ้านเดียวกับกวนอู)

หลวงจีนเภาเจ๋งจึงว่า "กงเกวียนกำเกวียนตัวฆ่าเขา เขาฆ่าตัว เมื่อท่านฆ่างันเหลียง บุนทิวแลนายด่านห้าตำบลเสีย มีใครมาทวงศีรษะกับท่านบ้าง?" จากนั้นหลวงจีนเภาเจ๋งก็สวดมนต์ให้แก่กวนอู แล้ววิญญาณของกวนอูมาสิงสถิตอยู่ที่ ภูเขาจวนหยกสัน

ด้วยความที่กวนอูเป็นคน ทรงคุณธรรม ยึดมั่นในความสัตย์ คนทั้งปวงจึงยกย่องนับถือกวนอูเป็นเทพกวนอูและกลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความคุณธรรม ตั้งแต่นั้นมา

Sunday, April 19, 2015

ศึกอิเหลงพิสูจน์ทองแท้ของซุนกวน


ทองคำแท้ ย่อมไม่แพ้ แม้ความร้อน
ไม่สั่นคลอน ถึงโดนเผา ให้เศร้าหมอง
ไม่ละลาย ไม่อ่อนไหว ดั่งใจปอง
ไม่ขุ่นข้อง ไม่หมองมัว เมื่อยั่วไฟ

หลังจากซุนกวนยึดเกงจิ๋วได้ และทำพลาดอยู่เรื่องหนึ่งคือการประหารกวนอู ซึ่งเป็นความผิดที่ร้ายแรงทำให้เล่าปี่ต้องยกทัพใหญ่มาตี จากเดิมศัตรูคือวุยก๊กบัดนี้มีจ๊กก๊กเป็นศรัตรูอีก ซุนกวนคงจะรับมือสองฝ่ายไม่ไหว มาดูกันว่าซุนกวนแก้เกมนี้ได้วิธีอย่างไร

1.ส่งจูกัดกิ๋นเจรจาขอสงบศึก
2.ยอมมอบซุนฮูหยินกลับไปยังเสฉวน
3.ยอมจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้อกับการตายของกวนอูส่งไปให้ (ส่วนลิบอกนั้นตายไปแล้ว)
4.จับตัวบิฮองและเปาสูหยิน แปรพักต์จากกวนอูจากกวนอู และฮอมเกียงกับเตียวตัด ผู้ตัดหัวเตียวหุย ส่งให้เล่าปี่
5.ยอมส่งเครื่องบรรณาการให้เป็นการไถ่โทษ
6.ยอมเป็นพันธมิตรร่วมรบกับเล่าปี่เพื่อกำจัดโจผี
7.ยอมคืนแผ่นดินเกงจิ๋วทุกตารางนิ้วคืนแก่เล่าปี่

ซุนกวนนั้นยอมทุกอย่าง ขออย่างเดียวอย่ายกทัพมาตีกังตั๋งเลย เล่าปี่ไม่ยอม ยืนกรานว่าจะยกทัพเข้าไปเหยียบกังตั๋งให้ได้ ซุนกวนเมื่อเจรจาไม่ได้ผล ก็ต้องแก้เกมต่อ

- ส่งเตียวจี๋เป็นทูตไปขอเป็นพันธมิตรกับโจผีให้โจผียกทัพตีฮันต๋ง ส่วนซุนกวนจะรบทางเมืองเกงจิ๋ว ช่วยกันกำจัดเล่าปี่

โจผีรู้เกมกล ขอนั่งอยู่ภูดูเสือกัดกันดีกว่า โจผีจึงแต่งตั้งให้ซุนกวนขึ้นเป็น "อ๋อง" เพื่อที่จะให้เล่าปี่นั้นเข้าตีซุนกวน สถานการณ์บังคับซุนกวนต้องรับตำแหน่ง "อ๋อง" จากโจผี เพื่อแสดงถึงความอ่อนน้อม ทีนี้ก็เหลือศึกแต่ฝั่งเล่าปี่ฝ่ายเดียว

พอย้อนไปดูเมื่อครั้งศึกเซ็กเพ็ก ซุนกวนนั้นไม่ยอมก้มหัวให้โจโฉเลย แต่บัดนี้ได้ยอมก้มหัวให้เล่าปี่และโจผี และมีการทัดท้วงจากเหล่าทหารแลขุนนาง แต่ซุนกวนนั้นมีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ จึงเลือกเส้นทางประนีประนอมเพื่อรักษากังตั๋งไว้ อย่าลืมว่าเป้าหมายหลักของง่อก๊กที่ซุนเซ็กได้ให้ไว้ก็คือ "การรักษาปกป้องแคว้นกั๋งตั๋ง"

จากนั้นซุนกวนก็เรียกประชุมๆๆ จะรับมือกับศึกทางเล่าปี่ได้อย่างไร กำเจ๊กได้เสนอชื่อ "ลกซุน" เป็นแม่ทัพต้านศึก ซุนกวนหมดหนทางและต้องเชื่อใจลกซุน

ศึกนี้ซุนกวนได้เสี่ยงเทหมดหน้าตัก ฝากความหวังไว้กับไพ่ใบสุดท้ายกับ ทหารหนุ่มลกซุน ที่ชื่อเสียงยังมิเป็นที่โด่งดังนัก ด้วยการกระบี่อาญาสิทธิ์ สามารถตัดหัวพวกที่ไม่ฟังคำสั่งและปรามทหารรุ่นเก่าๆได้

ท้ายสุดลกซุนสามารถต้านศึกกับเล่าปี่ มีชัยชนะกลับมา นอกจากจะให้ credit กับลกซุนแล้ว ก็ต้องอย่าลืมความปรีชาสามารถในการแก้วิกฤตปัญหาของซุนกวน ผมชอบอยู่คำๆนึง "ผู้นำต้องนำทีมไปสู่ความสำเร็จ ท่ามกลางความไม่พร้อม" มันเป็นอะไรที่เหนือผู้นำจริงๆ หวังว่าแฟนวรรณกรรมสามก๊กจะรับซุนกวนเข้าไปอยู่ในอ้อมอกอ้อมใจบ้าง ไม่มากก็น้อย smile emoticon

ขอบคุณบทกลอนอันไพเราะของ วิหคพลัดถิ่น