Thursday, September 17, 2015

จุดจบของผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ


[จุดจบของผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ]
ซุนฮกคือผู้ที่สร้างรากฐานให้แก่โจโฉ ซุนฮกเป็นที่ปรึกษารุ่นแรกของโจโฉ พร้อมทั้งเป็นผู้แนะนำเหล่าที่ปรึกษาเก่งๆหลายคนให้แก่โจโฉ ผมมองว่าซุนฮกนั้นมีบทบาทเด่นที่สุดในกลุ่มที่ปรึกษาทั้งปวงและเป็นคลังสมองให้แก่โจโฉ
ในตอนที่โจโฉทำศึกกับโตเกี๋ยม ซุนฮกเป็นผู้ทำหน้าที่รักษาเมืองแทนโจโฉ แต่ก็เสียเมืองไปให้แก่ลิโป้ ซุนฮกจึงส่งจดหมายไปบอกโจโฉว่า งานสำคัญไม่ใช่การตีโตเกี๋ยมแต่เป็นการชิงฐานที่มั่นคืน
ช่วงที่ลิฉุย กุยกี คิดร้ายต่อฮ่องเต้ ซุนฮกเป็นผู้เสนอให้โจโฉรีบคว้าโอกาสทอง ชูธงธรรมปกป้ององค์ฮ่องเต้ ตามปณิธานแรกของโจโฉ จนโจโฉได้ขึ้นเป็นใหญ่ชั่วข้ามคืน ในช่วงโจโฉออกศึกไหนๆซุนฮกก็จะคอยเป็นผู้รักษาเมืองไว้ให้
ซุนฮกผู้นี้ยังเคยเสนอให้โจโฉจัดการกับเล่าปี่ก่อนที่เล่าปี่จะเป็นภัย ในศึกกัวต๋อโจโฉรบกับอ้วนเสี้ยว โจโฉมีท่าทีว่าจะถอย ซุนฮกรีบส่ง email ไปบอกโจโฉว่าห้ามถอย จนโจโฉสามารถปราบอ้วนเสี้ยวได้สำเร็จ
นับเป็นตัวหมากที่คอยหนุนหลังโจโฉในทุกๆเรื่อง ต่อมาโจโฉได้แต่งตั้งตัวเองเป็นวุยก๋ง เหล่าที่ปรึกษาพากันเห็นชอบ แต่ซุนฮกนั้นกับเห็นต่างและแย้งโจโฉไป พร้อมทวงถามถึงปณิธานหลักของโจโฉ ที่ว่ารักฟื้นฟูและช่วยเหลือฮ่งเต้ แต่โจโฉวันนี้มิใช่โจโฉเมื่อก่อนที่เคยฟังคำซุนฮก โจโฉได้แต่งตั้งตัวเองเป็นวุยก๋งในภายหลัง ทำให้ซุนฮกเสียใจเป็นอันมาก
ต่อมาโจโฉกำลังยกทัพตีซุนกวนจึงชวนซุนฮกไป ซุนฮกคิดว่าโจโฉจะทำร้ายตน จึงแสร้งป่วยกายเมือง โจโฉรู้จึงสั่งให้ทหารส่งกล่องเปล่าไปให้ซุนฮก ซุนฮกเห็นเช่นนั้นก็เสียใจ จึงตรอมใจกินยาพิษตาย....
ปริศนากล่องเปล่าในวรรณกรรมไม่ได้บอก แต่ก็สามารถตีความได้หลายแง่มุม ตัวโจโฉเองไม่ชอบใครมาขัดใจเท่าไหร่ และการขัดคอครั้งนี้จึงเป็นการสื่อให้เห็นทัศนคติความมักใหญ่ของโจโฉ ทั้งๆที่ตำแหน่งโจโฉนั้นเป็นใหญ่อยู่แล้วไม่จำเป็นต้องเป็นวุยก๋งก็ได้ แต่โจโฉกลับทำ ในเมื่อความเห็นทั้ง 2 ต่างกันก็ยากที่จะอยู่ร่วมกัน นับว่าเป็นจุดจบอันน่าเศร้าของที่ปรึกษาที่จงรักภักดี
อำนาจ....เมื่อไม่เคยลิ้มรส ก็จะไม่รู้สึกรู้สม กระทั่งเมื่อเคยลิ้มลองลิ้มรส ก็ยากตัดใจ..สามารถเปลี่ยนแปลงคนได้จากหน้ามือเป็นหลังมือ

อันร่างกายหมายสูงฝูงความคิด
คอยผูกจิตสัมพันธ์กันหมดสิ้น
เรามาจากแห่งใดในอาจินต์
ควรถวินกลับคืนอย่าลืมคอน

คำโบราณท่านบอกนี้ชอบนัก
เราจึงควรหวนตระหนักในอักษร
เมื่อได้ดีอย่าลืมหลังครั้งเก่าก่อน
ให้หวนย้อนเราเป็นใครในความจริง
credit คำกลอน : Design with love

Tuesday, August 25, 2015

จิ๋นซีฮ่องเต้


ยุคชุนชิว เชื่อกันว่า ขงจื้อ เป็นผู้เรียบเรียงประวัติศาสตร์ในยุคนั้น
ราชวงศ์โจว เสื่อมอำนาจ 7 รัฐแย่งความเป็นใหญ่ ผมจะโฟกัสที่รัฐฉิน (ของจี๋นซีฮ่องเต้) 

รัฐฉินนั้นมีความแข็งแกร่ง โหดเหี้ยม ยกทัพไปที่ไหนผู้คนก็กลัว จิ๋นซีก็ไล่เชคบิลไปทีละรัฐ คนไม่มีคู่ต่อสู้และสามารถรวมแผ่นดินจีนได้เป็นปึกแผ่นพร้อมทั้งแต่ตั้งตัวเองเป็น "จิ๋นซีฮ่องเต้" (ประเทศจีนก็มาจาก จิ๋น นี่แหละ)
จี๋นซีฮ่องเต้นั้นมีผลงานก็คือ
- ได้สร้างกำแพงเมืองจีนขึ้นมา 
- กำหนดให้ใช้ตัวอักษรภาษาจีน 
- ใช้กฎหมายอย่างเป็นเอกภาพทั่วประเทศ
- การกำหนดให้ใช้เงินตราอย่างเดียวกัน
       
พร้อมทั้งสั่งฆ่าสาวก "ขงจื้อ" ที่บังอาจมาวิจารณ์ตน จี๋นซีนั้นโหดเหี้ยมทารุณยิ่งกว่าตั๋งโต๊ะ ทำการเผานังสือนักปราชญ์ในยุคนั้นทิ้งหมด (ยกเว้นพวกตำราทางการแพทย์และเกษตร) ฝังพวกกลุ่มลัทธิขงจื้อไป 4000 กว่าคน ผู้คนต่างก็พากันสาบแช่ง เป็นคนทรราช เฮียแกยังเก็บภาษีประชาชนอย่างโหดอีกด้วย ใครทำผิดก็ฆ่าล้างโคตร ประชาชนอยู่กันอย่างหวาดละแวง นับว่าเป็นสุดยอดแห่งความเผด็จการ

เมื่ออายุมากก็เริ่มกลัวตาย ใครพูดเรื่องตายขึ้นมาถูกฆ่าหมด สั่งให้ทหารออกเรือ ตามหายาอายุวัฒนะ มีนิทานเล่าว่า คนที่ประเทศญี่ปุ่นคือทหารของจิ๋นซีที่ถูกใช้ให้ออกเรือไปตามหายาอายุวัฒนะ จิ๋นซีออกเดินทางไปสถานที่ต่างๆเพื่อหาเซียนผู้วิเศษเพื่อที่ทำให้ตนนั้นไม่แก่ชรา สุญเสียเงินตรากับเรื่องนี้เป็นอันมาก ในเวลาต่อมาจิ๋นซีก็ทรงป่วยหนักและเสียชีวิตนอกสถานที่ในขณะที่ออกตามหายาวิเศษ

หลังจากจิ๋นซีตายก็มีการช่วงชิงอำนาจกันต่อ ฮ่องเต้คนต่อมาเบาปัญญา ผู้คนเกลียดชัง เกิดการก่อกบฎ จนสุดท้ายก็ล่มสลาย 




สุสานจี๋นซีฮ่องเต้ได้ค้นพบโดยบังเอิญเมื่อ พ.ศ. 2517 โดยชาวนาในหมู่บ้านซีหยาง ในขณะที่ขุดดินเพื่อทำบ่อน้ำ บริเวณเชิงเขาหลีซาน โดยในระหว่างที่ขุดนั้น ก็บังเอิญพบกับซากของทหารดินเผา ที่ทราบภายหลังว่ามีอายุมากกว่า 2,000 ปี

ปัจจุบันรัฐบาลจีนขุดค้นพบวัตถุโบราณที่เป็นกองทัพทหารดินเผา สรรพาวุธ รถม้าและม้าศึก จำนวนทั้งสิ้นกว่า 7,400 ชิ้น ภายในบริเวณพื้นที่หลุมสุสานกว่า 25,000 ตร.ม. มีการคาดคะเนว่าอาณาเขตของสุสานจี๋นซีฮ่องเต้จะมีพื้นที่มากกว่า 2,180 ตร.กม. จี๋นซีฮ่องเต้สื่อหวงได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลก

สุสานจี๋นซีฮ่องเต้เริ่มก่อสร้างในสมัยจี๋นซีฮ่องเต้ ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 38 ปี แบ่งออกเป็นพระราชฐานชั้นในและพระราชฐานชั้นนอก ภายในสุสานใช้บรรจุพระบรมศพของจี๋นซีฮ่องเต้ ทรัพย์สมบัติต่าง ๆ ตลอดจนกองกำลังทหาร นางสนมและนางกำนัล รถม้าและขุนพลทหาร จำนวนมาก เพื่อเป็นตัวแทนของข้าราชบริพารในการร่วมเดินทางไปยังปรโลกของจี๋นซีฮ่องเต้

ราชวงศ์ฉินจึงมีอายุอยู่ได้เพียง 15 ปี แต่อย่างไรก็ดี คำว่า "หวงตี้" (ฮ่องเต้) ก็ได้เป็นคำที่กษัตริย์จีนใช้เรียกตัวเองตลอดมา 2,000 กว่าปี


Wednesday, April 22, 2015

ธาตุขันธ์หลังความตายของกวนอู


ขงเบ้งได้มอบหมายหน้าที่ให้กวนอูรักษาเมืองเกงจิ๋ว กวนอูเป็นแม่ทัพที่เก่งกาจ ยากที่จะหาใครเทียมได้ 
- กวนอูบุกเดียวไปยังแดนกังตั๋ง
- ใช้อุบายทดน้ำทำลายทัพอิกิ๋ม
- รบชนะบังเต๊ก


เรียกได้ว่าในชั่วโมงนี้ไม่มีใครเทียบฝีมือกวนอูได้ แต่แม่ทัพที่ชนะศึกหลายๆ ครั้งมักจะเกิดลำพองใจโดยมิรู้ตัว ความหยิ่งในศักดิ์ศรี จนต้องพลาดท่าให้แก่ 2 แม่ทัพเมืองกังตั๋งอย่างลกซุนและลิบอง ทำให้กวนอูเสียเมืองเกงจิ๋วและถูกจับตัวเป็ยเชลย


ซุนกวนเกลี้ยกล่อมให้กวนอูมาเป็นพวก แต่กวนอูปฎิเสธพร้อมยอมตาย ซุนกวนจึงประหารกวนอู แล้วนำศีรษะส่งไปให้โจโฉ 

- จากนั้นโจโฉก็ฝังศีรษะกวนอูไว้ที่เมืองลกเอี๋ยง(ลั่วหยาง) 
- ร่างกายกวนอูอยู่ที่เมืองตงหยง(ตงเอี๋ยง) 
- วิญญาณของกวนอูกลับไปยังจวนหยกสัน 

โดยมีกวนเป๋ง จิวฉอง และม้าเซ็กเธาว์ติดตามเป็นบริวาร

หลังจากกวนอูตายได้ไม่นาน หลวงจีนเภาเจ๋งนั่งสมาธิและรับรู้ว่ากวนอูนั้นตายแล้วกลับมาหาตนพร้อมทั้งทวงศีรษะตัวเองคืน (หลวงจีนเภาเจ๋งเป็นชาวบ้านไก่เหลียงบ้านเดียวกับกวนอู)

หลวงจีนเภาเจ๋งจึงว่า "กงเกวียนกำเกวียนตัวฆ่าเขา เขาฆ่าตัว เมื่อท่านฆ่างันเหลียง บุนทิวแลนายด่านห้าตำบลเสีย มีใครมาทวงศีรษะกับท่านบ้าง?" จากนั้นหลวงจีนเภาเจ๋งก็สวดมนต์ให้แก่กวนอู แล้ววิญญาณของกวนอูมาสิงสถิตอยู่ที่ ภูเขาจวนหยกสัน

ด้วยความที่กวนอูเป็นคน ทรงคุณธรรม ยึดมั่นในความสัตย์ คนทั้งปวงจึงยกย่องนับถือกวนอูเป็นเทพกวนอูและกลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความคุณธรรม ตั้งแต่นั้นมา

Sunday, April 19, 2015

ศึกอิเหลงพิสูจน์ทองแท้ของซุนกวน


ทองคำแท้ ย่อมไม่แพ้ แม้ความร้อน
ไม่สั่นคลอน ถึงโดนเผา ให้เศร้าหมอง
ไม่ละลาย ไม่อ่อนไหว ดั่งใจปอง
ไม่ขุ่นข้อง ไม่หมองมัว เมื่อยั่วไฟ

หลังจากซุนกวนยึดเกงจิ๋วได้ และทำพลาดอยู่เรื่องหนึ่งคือการประหารกวนอู ซึ่งเป็นความผิดที่ร้ายแรงทำให้เล่าปี่ต้องยกทัพใหญ่มาตี จากเดิมศัตรูคือวุยก๊กบัดนี้มีจ๊กก๊กเป็นศรัตรูอีก ซุนกวนคงจะรับมือสองฝ่ายไม่ไหว มาดูกันว่าซุนกวนแก้เกมนี้ได้วิธีอย่างไร

1.ส่งจูกัดกิ๋นเจรจาขอสงบศึก
2.ยอมมอบซุนฮูหยินกลับไปยังเสฉวน
3.ยอมจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้อกับการตายของกวนอูส่งไปให้ (ส่วนลิบอกนั้นตายไปแล้ว)
4.จับตัวบิฮองและเปาสูหยิน แปรพักต์จากกวนอูจากกวนอู และฮอมเกียงกับเตียวตัด ผู้ตัดหัวเตียวหุย ส่งให้เล่าปี่
5.ยอมส่งเครื่องบรรณาการให้เป็นการไถ่โทษ
6.ยอมเป็นพันธมิตรร่วมรบกับเล่าปี่เพื่อกำจัดโจผี
7.ยอมคืนแผ่นดินเกงจิ๋วทุกตารางนิ้วคืนแก่เล่าปี่

ซุนกวนนั้นยอมทุกอย่าง ขออย่างเดียวอย่ายกทัพมาตีกังตั๋งเลย เล่าปี่ไม่ยอม ยืนกรานว่าจะยกทัพเข้าไปเหยียบกังตั๋งให้ได้ ซุนกวนเมื่อเจรจาไม่ได้ผล ก็ต้องแก้เกมต่อ

- ส่งเตียวจี๋เป็นทูตไปขอเป็นพันธมิตรกับโจผีให้โจผียกทัพตีฮันต๋ง ส่วนซุนกวนจะรบทางเมืองเกงจิ๋ว ช่วยกันกำจัดเล่าปี่

โจผีรู้เกมกล ขอนั่งอยู่ภูดูเสือกัดกันดีกว่า โจผีจึงแต่งตั้งให้ซุนกวนขึ้นเป็น "อ๋อง" เพื่อที่จะให้เล่าปี่นั้นเข้าตีซุนกวน สถานการณ์บังคับซุนกวนต้องรับตำแหน่ง "อ๋อง" จากโจผี เพื่อแสดงถึงความอ่อนน้อม ทีนี้ก็เหลือศึกแต่ฝั่งเล่าปี่ฝ่ายเดียว

พอย้อนไปดูเมื่อครั้งศึกเซ็กเพ็ก ซุนกวนนั้นไม่ยอมก้มหัวให้โจโฉเลย แต่บัดนี้ได้ยอมก้มหัวให้เล่าปี่และโจผี และมีการทัดท้วงจากเหล่าทหารแลขุนนาง แต่ซุนกวนนั้นมีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ จึงเลือกเส้นทางประนีประนอมเพื่อรักษากังตั๋งไว้ อย่าลืมว่าเป้าหมายหลักของง่อก๊กที่ซุนเซ็กได้ให้ไว้ก็คือ "การรักษาปกป้องแคว้นกั๋งตั๋ง"

จากนั้นซุนกวนก็เรียกประชุมๆๆ จะรับมือกับศึกทางเล่าปี่ได้อย่างไร กำเจ๊กได้เสนอชื่อ "ลกซุน" เป็นแม่ทัพต้านศึก ซุนกวนหมดหนทางและต้องเชื่อใจลกซุน

ศึกนี้ซุนกวนได้เสี่ยงเทหมดหน้าตัก ฝากความหวังไว้กับไพ่ใบสุดท้ายกับ ทหารหนุ่มลกซุน ที่ชื่อเสียงยังมิเป็นที่โด่งดังนัก ด้วยการกระบี่อาญาสิทธิ์ สามารถตัดหัวพวกที่ไม่ฟังคำสั่งและปรามทหารรุ่นเก่าๆได้

ท้ายสุดลกซุนสามารถต้านศึกกับเล่าปี่ มีชัยชนะกลับมา นอกจากจะให้ credit กับลกซุนแล้ว ก็ต้องอย่าลืมความปรีชาสามารถในการแก้วิกฤตปัญหาของซุนกวน ผมชอบอยู่คำๆนึง "ผู้นำต้องนำทีมไปสู่ความสำเร็จ ท่ามกลางความไม่พร้อม" มันเป็นอะไรที่เหนือผู้นำจริงๆ หวังว่าแฟนวรรณกรรมสามก๊กจะรับซุนกวนเข้าไปอยู่ในอ้อมอกอ้อมใจบ้าง ไม่มากก็น้อย smile emoticon

ขอบคุณบทกลอนอันไพเราะของ วิหคพลัดถิ่น

Saturday, November 8, 2014

มูลเหตุของการสั่งประหารอุยเอี๋ยน



ขงเบ้งได้สั่งประหารอุยเอี๋ยนโดยมีมูลเหตุ 3 ประการ

1.ขงเบ้งว่า "ผู้ใดกินข้าวแดงท่านแลฆ่าท่านผู้มีคุณเสีย ผู้นั้นเป็นคนหากตัญญูไม่ ผู้ใดอาศัยอยู่ในแผ่นดินของท่านแล้วคิดยกเอาแผ่นดินไปให้ผู้อื่นเสีย ผู้นั้นเป็นคนหาความสัตย์ไม่"

ขงเบ้งบอกกับเล่าปี่ว่าไม่ควรชุบเลี้ยงคนที่เนรคุณคน

2. ขงเบ้งจึงว่า "อนึ่งข้าพเจ้าพิเคราะห์ดูในลักษณะอุยเอี๋ยนนั้น เห็นหาตรงต่อผู้มีคุณไม่ ถึงมาตรว่าเราจะเลี้ยงไว้ นานไปก็จะทรยศเป็นมั่นคง"

พูดง่ายๆก็คือ คัมภีร์นรลักษณ์(โหงวเฮ้ง) ไม่ดี ซึ่งลักษณะของอุยเอี๋ยน ซึ่ง สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) และสามก๊กฉบับสมบูรณ์ ก็มิได้กล่าวถึง มีเพียงแต่ภาพวาดของอุยเอี๋ยน

ซึ่งนรลักษณ์ของอุยเอี๋ยนประกอบด้วย สามเบี้ยวคือ ระดับหูทั้งสองข้างไม่ตรงกัน ระดับตาทั้งสองข้างไม่ตรงกัน ขอบรูจมูกทั้งสองรูไม่ตรงกัน นอกจากนี้ลักษณะคลองนัยน์ตาแคบ ดวงตาขาวมากกว่าตาดำ ดวงตาดำมีลักษณะกลิ้งกลอก ต้องด้วยคัมภีร์นรลักษณ์แต่โบราณที่ถือว่าเป็นลักษณะของคนเนรคุณ

3. ประการสุดท้าย  ขงเบ้งยังมีความรู้เกี่ยวกับการจับยามตามคัมภีร์อี้จิงบังเกิดนิมิตในขณะที่เล่าปี่กำลังเดินทางไปเมืองเตียงสา  และสามก๊กฉบับวิจารณ์บางฉบับซึ่งเน้นลักษณะนิมิต ลาง และการพยากรณ์ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อขงเบ้งเห็นลักษณะอุยเอี๋ยนก็ได้จับยามตามคัมภีร์อี้จิงตามเวลาที่ได้เห็น ปรากฏว่าต้องด้วยปูมวินาศแก่ตัวของขงเบ้ง ซึ่งหมายความว่าอุยเอี๋ยนจะเป็นผู้ผลาญชีวิตของขงเบ้ง ดังนั้นขงเบ้งจึงคิดที่จะประหารอุยเอี๋ยนเพื่อป้องกันเหตุร้ายในภายหลัง

Friday, August 1, 2014

ฮวงจุ้ยกับการย้ายเมืองหลวง



ในช่วงที่ตั๋งโต๊ะได้ยึดอำนาจวังหลวงไว้ได้หมดสิ้น กองทัพ 18 หัวเมืองก็ก่อตัวขึ้น ตั๋งโต๊ะเกรงทัพ 18 หัวเมือง จึงได้เผาเมืองลกเอี๋ยงซึ่งเป็นราชธานีและย้ายไปอยู่เมืองเตียงอันราชธานีเก่าแก่ ต่อมาตั๋งโต๊ะตาย ลิฉุยกุยกีขึ้นครองอำนาจต่อ ทั้งสองได้เกิดการฆ่าฟันกันขึ้น พระเจ้าเหี้ยนเต้จึงต้องลี้ภัยไปยังเมืองต่างๆ ได้ความลำบากเป็นอันมาก จากนั้นพระเจ้าเหี้ยนเต้ได้มีราชโองการเรียกโจโฉมาอารักขา โจโฉจึงได้ยกทัพมาช่วยปราบลิฉุยกุยกีจนหมดสิ้น
หลังจากโจโฉเข้ามาปกครองก็มีเหล่าขุนนางต่างก็มาเสนอแนะความเห็นต่างๆนาๆเรื่องการย้ายเมืองหลวง
ตังเจี๋ยวได้เสนอให้โจโฉนั้นย้ายเมืองหลวงไปยังเมืองฮูโต๋ โดยแจงว่า เมืองฮูโต๋นั้นเป็นดินแดนที่ข้าวปลาอาหารสมบูรณ์อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกล
อองหลิบก็เสริมในด้านโหราศาสตร์ ดูดวงดาว โดยแจงกับโจโฉไปว่า ดวงดาวอับแสง ราชวงศ์ฮั่นไกล้ดับสูญ วุยก๊กจะรุ่งเรือง หากย้ายเมืองหลวงไปคิดอ่านสิ่งใดก็จะกว้างขวางมากขึ้น
ซุนฮก เสริมความคิดของอองหลิบเพิ่มเติมเรื่องฮวงจุ้ยไปว่า ราชวงศ์ฮั่นนั้นคือธาตุไฟ โจโฉคือธาตุดิน,, "ธาตุไฟให้กำเนิดธาตุดิน ธาตุดินให้กำเนิดธาตุทอง ธาตุทองให้กำเนิดธาตุน้ำ ธาตุน้ำให้กำเนิดธาตุไม้ ธาตุไม้ให้กำเนิดธาตุไฟ" ซึ่งเมืองฮูโต๋นี้ก็คือเป็นภูมิแห่งธาตดินและจะเสริงฮวงจุ้ยให้แก่โจโฉ
การที่โจโฉเสนอการย้ายเมืองหลวงไปแล้วหลังจากนั้นโจโฉก็เรืองอำนาจมากยิ่งขึ้น
ซึ่งก็เป็นธาตุทั้ง 5 (5 Elements) ของคนจีน เป็นการอธิบายพลังของดาวเคราะห์ทั้ง 7
ธาตุไฟ หมายถึงพลังของดาวอังคาร 火星
ธาตุดิน หมายถึงพลังของดาวเสาร์ 土星
ธาตุทอง หมายถึงพลังของดาวศุกร์ 金星
ธาตุน้ำ หมายถึงพลังของดาวพุธ 水星
ธาตุไม้ หมายถึงพลังของดาวพฤหัส 木星
ธาตุทั้ง 5 นี้ขาดพลังในตัวเอง จำเป็นจะต้องมีพลังแม่เหล็กไฟฟ้า ขั้วบวกและลบ มาช่วยผลักดันให้ก่อเกิดพลัง นั่นก็คือ หยิน-หยาง
พลังหยิน หมายถึงพลังของดาวจันทร์ 太阴
พลังหยาง หมายถึงพลังของดาวอาทิตย์ 太阳
เป็นไงครับ แค่เรื่องการย้ายเมืองหลวงดู Fantasy ดีมั้ยครับ

Wednesday, June 18, 2014

การใช้คนของเล่าปัง


[การใช้คนของเล่าปัง]
นักอ่านสามก๊กก็คงคุ้นๆชื่อกับเล่าปัง ผู้ที่เป็น ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ฮั่น

หลังจากที่หลิวปัง (เล่าปัง) มีชัยเหนือเซี่ยหยี่ (ฌอปาอ๋อง)
หลิวปังจึงได้ปรารภไว้ว่า

"
- การวางแผนการรบเรามิสู้จางเหลียง
- การบริหารบ้านเมือง, ดูแลราษฎร, ดูแลกองเสบียง เรามิสู้เซียวเหอ
- การบัญชากองทัพรบพุ่งเรามิสู้หานซิ่น

คนทั้งสามนับว่าเป็นยอดฝีมือ ก็เพราะเราใช้เขาเป็นจึงได้แผ่นดินนี้มา

เซี่ยหยี่ นั้นมี ฟ่านเจิงอยู่ทั้งคน แต่กลับใช้ไม่เป็น เพราะฉะนั้นจึงพ่ายแพ้แก่เรา
" :- จากพงศาวดาร ประวัติฮั่นโกโจ (ฮั่นเกาจู)

คำปรารภก็เปรียบดั่งคำฝรั่งที่ว่า "Put the right man on the right job" หมายถึง การใช้คนให้เหมาะสมกับงาน นั่นก็คือคุณสมบัติอีกข้อของผู้นำ

ฟังดูเหมือนง่ายนะแต่หากคุณเคยบริหารกับงานใหญ่ที่ใช้คนเยอะๆ ก็จะรู้ว่ามันไม่ง่ายดั่งคำพูด