Friday, December 14, 2012

#184 ขงเบ้ง vs เทียตก


เทียตกจึงรีบสวนขึ้นมาว่า

เทียตก : "ความอันขงเบ้งท่านเจรจาช่างวางกล้ามใหญ่โตยิ่งนัก ข้าพเจ้าเกรงว่าเวลาทำเข้าจริงจะไม่เหมือนดังที่ปากว่า ถึงแม้ข้าจะเป็นผู้น้อย เอาการงานอันใดมิได้ก็จะพลอยหัวเราะเยาะเอาได้"

เทียตกโจมตีขงเบ้งด้วยคำโบราณขงเบ้งจึงอ้างคำโบราณมาแก้ต่าง

ขงเบ้ง : "อันลักษณะคนเอาการมิได้นั้นมีสองประการ 1 คือเอาการไม่ได้มีความมานะสนองคุณเจ้า เจียมตัว ถึงว่าดี ส่วนเอาการไม่ได้ประการ 2 คือ พูดจาโจกเจกเล่นไปวันๆหาแก่นสาร ทำอะไรไม่เป็นซักอันคนพวกนี้ถือว่าชั่วนัก ซึ่งท่านจะเก็บเอาคำคนโบราณมาเจรจาด้วยเรานั้นจะประโยชน์อันใด"

โลซกเห็นเหล่าขุนนางที่ปรึกษาต่างก็โต้เถียงกับขงเบ้งกลัวว่าจะไปกันใหญ่ โลซกจึงออกมาหาคนมาช่วย ทันใดนั้นได้ไปเจอกับ อุยกาย แม่ทัพใหญ่คนเก่าคนแก่ คนสำคัญคนหนึ่งของกังตั๋ง ซึ่งรับราชการเมืองกังตั๋งตั้งแต่ครั้งซุนเกี๋ยน โลซกจึงเล่าความให้อุยกายฟังทุกประการ จากนั้นอุยกายจึงเดินกลับมาพร้อมกับโลซกพร้อมทั้งตะโกนขึ้นมาว่า

อุยกาย : "เหลวไหลสิ้นดี เหลวไหลสิ้นดี พวกท่านช่างไร้มารยาทต่อแขกเมือง ทำให้เสื่อมเสียเกียรติภูมิของซุนกวนนายเรายิ่งนัก โจโฉกำลังเตรียมจัดเตรียมทัพมาบุก ทุกคนควรคิดอ่านหาทางช่วยเมืองกังตั๋งให้ปลอดภัย ยังมีหน้ามา ตีถ้อยร้อยคำกันด้วยเรื่องเหลวไหลไร้สาระ"

ทุกคนที่ได้ยินอุยกายพูดก็เงียบลง เพราะต่างคนต่างก็เกรงใจขุนพลเก่าแก่ 3 แผ่นดินผู้นี้ จากนั้นอุยกายก็มาคำนับขงเบ้งแล้วพูดกับขงเบ้งว่า



อุุกาย : "แม้ว่าข้าพเจ้าจะได้ยินการสนทนาเพียงบางส่วนแต่ก็ได้สัมผัสถึงภูมิปัญญาอันลึกซึ้งของท่าน ท่านควรจะเก็บวาจาที่เป็นประโยชน์นี้ไปคุยกับซุนกวนนายเราเห็นจะชอบกว่า หาควรที่จะเปลืองน้ำลายโต้เถียงกับคนอื่นไม่"

ขงเบ้ง : "อันที่ปรึกษาเหล่านี้ต่างก็สงสัย เราก็แค่ชี้แจงให้กระจ่างก็เท่านั้นเอง"

ขงเบ้งเดินไปถึงหน้าประตูได้พบกับจูกันกิ๋นพี่ชายตนก็ทักทายกันตามธรรมเนียม



จูกัดกิ๋น : "เจ้าเดินทางมาเมืองกังตั๋งครั้งนี้ เหตุไฉนจึงไม่ไปเยี่ยมเยียนพี่ก่อน"

ขงเบ้ง : "ข้าพเจ้าเดินทางมาเมืองกังตั๋งครั้งนี้เป็นด้วยราชการในเล่าปี่นายเรา ซึ่งชอบที่จะทำหน้าที่ให้เสร็จเสียก่อนค่อยไปเยี่ยมพี่ ยังไงขอให้ท่านพี่จงอภัยให้แก่เราด้วย"

จูกัดกิ๋น : "ถ้าเช่นนั้นก็ดีแล้ว เมื่อเสร็จการแล้วค่อยมาสนทนากันให้เป็นที่สบายใจ"

จากนั้นอุยกายจึงพาขงเบ้งเข้าไปพบกับซุนกวน นับเป็นว่า ขงเบ้งชนะศึกสงครามทูตยกที่ 2 กับเหล่าขุนนางเมืองกังตั๋งแล้ว ต่อไปยกที่ 3 ต้องไปพบกับพญาพยัคฆ์แห่งแยงซีรุ่นที่ 3 ซุนกวน


Tuesday, December 11, 2012

#183 ขงเบ้ง vs ลกเจ๊ก & เหยียมจุ้น


ฝ่ายลกเจ๊กที่ปรึกษาของซุนกวนอีกคนถือโอกาสแจ้งเกิดบ้าง

ลกเจ็ก : "อันโจโฉนั้นเห็นว่าหยาบช้า แอบรับสั่งพระเจ้าเหี้ยนเต้ เที่ยวปราบปรามบ้านเมืองทั้งปวงให้แผ่นดินเดือดร้อนก็จริง แต่โจโฉนั้นเป็นถึงเชื้อสายขุนนางมาแต่ก่อน อันเล่าปี่นี้อ้างว่าเป็นเชื้อราชวงศ์ แท้จริงแล้วเป็นแค่คนทอเสื่อขาย ควรหรือไม่ที่จะไปสู้กับโจโฉ"

ขงเบ้งจับ keyword ของลกเจ๊กได้ว่า ลกเจ๊กนั้นโจมตีเล่าปี่ในด้านฐานนะและตระกูล ก็เลยคิดจะแก้เผ็ดลกเจ็ก

ขงเบ้ง : "ท่านนี้หรือชื่อว่าลกเจ๊ก เมื่อยังเป็นเด็กเคยไปลักส้มงานเลี้ยงของอ้วนสุดไปให้มารดา นั่งลงเถิดเราจะเจรจาด้วย"

ลกเจ็กรู้สึกเสียหน้าที่โดนขงเบ้งขุดประวัติขึ้นมาแฉ เพราะเมื่อครั้งยังเด็กลกเจ็กเองก็มิได้มีฐานะดีเท่าไหร่

ขงเบ้ง : "ซึ่งท่านนับถือโจโฉว่าเป็นเชื้อสายของโจฉำก็จริง ตระกูลของโจโฉมีความดีความชอบเป็นอันมาก แต่โจโฉนั้นเป็นคนเสียชาติเสียตระกูล มิได้ประพฤติตามประเพณี ส่วนเล่าปี่นั้น พระเจ้าเหี้ยนเต้ตรวจพงศาวดารเล่าปี่จริงแถมนับถือเล่าปี่เป็นพระเจ้าอา แต่ก่อนพระเจ้าฮั่นโกโจก็มิได้เป็นตระกูลใหญ่แต่มีความเพียรจะได้เห็นฮ่องเต้ ตัวท่านทำตัวเป็นเด็กอย่ามาพูดเลย"

ฝ่ายเหยียมจุ้นซึ่งเป็นปรึกษาของซุนกวนอีกคนถือโอกาสดับเอ้ยแจ้งเกิดบ้างอีกคน

เหยียมจุ้น : "อันวาจาที่ท่านกล่าวทั้งนี้ล้วนเป็นเรื่องที่โต้เถียงกัน ไร้สาระ ซึ่งหาแก่นสารมิได้ ซึ่งในการปกครองบ้านเมืองนั้นท่านอาศัยคัมภีร์บทกฎหมายเล่ใด"

ขงเบ้งจับ keyword ของเหยียมจุ้นได้ว่า เหยียมจุ้นกำลังอ้างคำภีร์ตำราเนื่องจากว่าตัวเหยียมจุ้นเองเป็นผู้รู้ตำราเป็นอันมาก ขงเบ้งจำต้องจัดการเสียให้เข็ด

ขงเบ้ง : "ซึ่งท่านจะถือเอาถ้อยคำอันคนโบราณตกแต่งไว้หาเชื่อถือมิได้ พวกหนอนหนังสือ ลอกกากตำราเอามาพูด หากแม้นภัยมาไกล้ตัวก็ไม่มีปัญญาเอาตัวรอด ดีแต่อยู่กับกระดาษและภู่กันไปวันๆ ท่านอย่ามาพูดเลยเสียดีกว่า"

เหยียมจุ้นได้ยินก็จำนวนต่อคำขงเบ้ง


Friday, December 7, 2012

#182 ขงเบ้ง vs โปเจ๋า & ซีหอง



ฝ่ายโปเจ๋าที่ปรึกษาของซุนกวนอีกคนหนึ่งเห็น เตียวเจียวและหยีหวน จำนวนจึงอยากแสดงฝีมือ(ปาก) บ้าง

โปเจ๋า : "ตัวท่านนี้คิดจะเลียนแบบ โซจิ๋น เตียวยี่ หวังจะเกลี้ยกล่อมชาวเมืองกังตั๋งอย่างนั้นหรือ"

ขงเบ้งพยายามจะจับ keyword ของโปเจ๋าแล้วก็ได้ความว่าโปเจ๋านั้นกำลังที่บอกว่าขงเบ้งนั้นเก่งแต่พูดเหมือน โซจิ๋น เตียวยี่ โดยอ้างคนในประวัติศาสตร์ขึ้นมาโจมตี ขงเบ้งจึงคิดว่าโปเจ๋านั้นคงรู้จัก โซจิ๋น เตียวยี่ แบบผิวเผิน จะได้ส่วนเรื่อง โซจิ๋น เตียวยี่ และประวัติศาสตร์กลับไป

ขงเบ้ง : "อันโซจิ๋น เตียวยี่นั้น เป็นปราชญ์ ที่พูดเก่งยุคเลี๊ยดก๊ก ทั้ง 2 คนนี้มิได้เก่งแต่พูดและเรื่องการทูตเพียงอย่างเดียว 2 คนนี้ยังมีความสามารถด้านการบริหาร การปกครอง และทางการทหาร ตัวท่านเองท่านรู้แต่ว่าโซจิ๋น เตียวยี่เป็นนักพูด นั้นมิควร อันตัวท่านยังไม่เคยเห็นกองทัพโจโฉเท่านี้ยังกลัวตัวสั่นอยู่ บอกให้นายออกไปยอมแพ้ ยังมีหน้ามาติเตียนผู้อื่นหรือเล่า"

ซีหองที่ปรึกษาของซุนกวนอีกคนจึงพูดขึ้นมาว่า

ซีหอง : "โจโฉนี้เป็นใครท่านรู้หรือไม่?"

ขงเบ้ง : "โจโฉนั้นเป็นศัตรูพระเจ้าเหี้ยนเต้ โจรราชสมบัตรใคร ๆ ก็รู้"

ซีหอง : "ท่านกล่าวมานี้ผิดแล้ว ราชวงศ์ฮั่นนั้นสิ้นไปแล้วตอนนี้โจโฉได้ครองแผ่นดิน 2 ใน 3 แล้ว ผู้คนต่างก็ศรัตธา เล่าปี่เองฝืนชะตาฟ้าดิน เขาไข่ไปกระทบกับหินย่อมแพ้แน่นอน"

ขงเบ้งเริ่มจับ keyword ของซีหองได้ ซีหองพยายามอ้างว่าราชวงศ์ฮั่นนั้นสิ้นแล้ว โจโฉนั้นเก่งกล้าสามารถมีอำนาจมากกว่าฮ่องเต้

ขงเบ้ง : "ทำไมท่านพูดเช่นนี้ คนเราเกิดมาในแผ่นดินต้องจงรักภัคดีกตัญญู นายเราเห็นว่าโจโฉนั้นเป็นศรัตรูแผ่นดินจึงเจ็บร้อนด้วย แลตัวท่านก็เป็นข้าแผ่นดินอยู่ในพระเจ้าเหี้ยนเต้ ไม่มีความภักดีต่อเจ้ากลับเห็นชอบด้วยศัตรูแผ่นดิน คนอย่างนี้ไม่คู่ควร อย่าพูดอีกเลย"

Thursday, December 6, 2012

#181 ขงเบ้ง vs ยีหวน



ฝ่ายยีหวนซึ่งเป็นที่ปรึกษาของซุนกวนอีกคน เห็นเตียวเจียวจำนวนจึงคิดที่จะแก้แค้นและต้องการแสดงฝีมือให้คนอื่นได้เห็นจึงลุกขึ้นมาว่า

ยีหวน : "บัดนี้โจโฉยกทัพใหญ่มาร่วมร้อยหมื่นหวังจะเหยียบเมืองกังแฮให้จมไปในพระมหาสมุทร ตัวท่านมีความคิดอ่านประการใด"

ขงเบ้ง : "แม้นว่าโจโฉจะยกทหารถึงร้อยหมื่น ก็ไม่น่ากลัวเพราะทหารของโจโฉนั้นมีทหารที่เคยแพ้ศึกอยู่ด้วย ส่วนหนึ่งเป็นทหารบ้านนอกของอ้วนเสี้ยวไม่เชียวชาญการรบ  ซึ่งโจโฉได้ไว้ในฐานะเป็นเชลยศึก อีกส่วนหนึ่งก็เป็นทหารเมืองเกงจิ๋วของเล่าเปียว ซึ่งเป็นทหารร่อนเร่พเนจร กองทัพโจโฉนั้นมิได้น่ากลัวเลย"

ยีหวน : "ฮ่าๆๆๆๆ ท่านดูหมิ่นดูถูกกองทหารของโจโฉ ไม่ชำนาญการสงคราม หากเป็นเช่นนั้น ไหนเลยเล่าปี่ถึงได้แตกหนีทัพมาอยู่เมืองกังแฮ มิใช่เพราะทหารของโจโฉหรอกหรือ ตัวท่านยังจะมีหน้ามาโอ้อวดว่าตัวเองไม่กลัวกองทัพโจโฉอีกอย่างนั้นหรอกหรือ? ฮ่าๆๆๆ"

ขงเบ้งเห็นหยีหวนโจโฉด้วย keyword ที่ว่า "กลัวทหารโจโฉ" ขงเบ้งจึงใช้ keyword นี้สวนกลับไปในทันที

ขงเบ้ง : "เหอะๆ...อันนายเราเสียทีแตกทัพมาอยู่ที่เมืองกังแฮมีทหารอยู่เพียง 3 พัน ซึ่งเทียบกับทหารของโจโฉมิได้เลย การที่หนีมาอยู่เมืองกังแฮนั้นใช่ว่าจะ กลัว ทหารของโจโฉและไม่คิดที่จะยอมแพ้โจโฉอีกด้วย อันเมืองกังตั๋งนี้ผู้คนก็มาก ทหารก็พร้อม เสบียงก็สมบูรณ์ ทะเลก็ขั้นกลาง ดูดีกว่าเมืองซินเอี๋ยเสียอีก แต่เหตุใดจึงรวมหัวกันให้นายตัวเองยอมแพ้แก่โจโฉ พอมาคิดๆดูแล้ว นายเรานั้นกลัวโจโฉน้อยว่ากว่าพวกท่านเสียอีก...ฮ่าๆ"

ยีหวนโดนจี้จุดด้วย keyword ของตัวเองจึงนิ่งเงียบไปอีกคน อีกทั้งขงเบ้งยังพูดความจริงที่เหล่าขุนนางต่างบอกให้ซุนกวนยอมแพ้แก่โจโฉ

Wednesday, November 28, 2012

#180 ขงเบ้ง vs เตียวเจียว


เช้าวันรุ่งขึ้นขงเบ้งได้ถูกเชิญให้เข้ามานั่งร่วมสนทนากับเหล่าที่ปรึกษาของเมืองกังตั๋ง โดยโลซกได้เตือนขงเบ้งเป็นครั้งที่ 2 ว่า

โลซก : "เมื่อท่านได้พบกับซุนกวนนายเราให้บอกนายเราว่า กองทัพโจโฉนั้นมีจำนวนน้อย"

ขงเบ้งได้ฟังก็หัวเราะ แล้วจึงว่า "ท่านจงวางใจเถิด ข้าพเจ้าย่อมมีวิธีที่จะพูดจากับซุนกวนมิให้เสียการของนายเราทั้งสอง"

หลังจากที่เหล่าที่ปรึกษาเข้านั่งรวมตัวกันเรียบร้อยแล้ว  เตียวเจียวที่ปรึกษาผู้ใหญ่ของซุนกวนจึงได้เปิดฉากสงครามลิ้นเป็นคนแรก

เตียวเจียว : "เดิมที่อาจารย์ฮกหลงอยู่ตำบลเขาโงลังกั๋ง เขาเลื่องลือว่ามีสติปัญญามากเหมือนอาจารย์ขวัญต๋ง งักเย เป็นจริงหรือปล่าว?"

ขงเบ้ง : "จริง...แท้จริงแล้วเป็นการเปรียบเทียบง่ายๆแท้จริงแล้วสติปัญญามีมากเท่าใดนั้นไม่มีใครรู้"

เตียวเจียวเห็นขงเบ้งเริ่มปากดี เตียวเจียวจึงต้องแสดงสติปัญญาของตนเพื่อข่มขงเบ้ง

เตียวเจียว : "ได้ยินมาว่า เล่าปี่ไปเชิญท่านถึง 3 ครั้ง เมื่อได้มาแล้วเล่าปี่เปรียบเสมือนปลาได้น้ำ มีใจกำเริบคิดที่จะแย่งชิงดินแดนเมืองเกงจิ๋ว แต่เหตุใดเมืองเกงจิ่วถึงไปตกอยู่ในมือของโจโฉได้หล่ะ?"

ขงเบ้ง : "ในสายตาของข้าพเจ้าการยึดเมืองเกงจิ๋วนั้น ง่ายเหมือนดั่งพลิ๊กฝ่ายมือ แต่ท่านเล่าปี่ยึดมั่นในคุณธรรมไม่อยากแย่งเมืองของคนแซ่เดียวกันจึงไม่รับเมือง เล่าจ๋องเด็กน้อยหลงเชื่อคนสอพลอให้ยอมแพ้ โจโฉถึงยึดได้ อันเล่าปี่นายเรานั้นตอนนี้อยู่เมืองกังแฮมีแผนล้ำลึก พวกปัญญาน้อยคิดไม่ถึงดอก"

เตียวเจียว : "ดูเหมือนคำพูดกับการกระทำของท่านมันขัดแย้งกัน ท่านเปรียบตนกับนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ ขวัญต๋ง งักเย ช่วยทำนุบำรุงแผ่นดินพระเจ้าจีฮ้วนก๋ง ปราบปรามศัตรูให้ราบคาบ บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข นี่สิถึงเรียกว่าเป็นผู้มีสติปัญญาจริง อันเล่าปี่ก่อนที่จะได้ท่านมายังได้ครองเมือง เป็นใหญ่ไม่น้อยแต่เมื่อได้ท่านมาเป็นกุนซือช่วยเหลือ โจโฉบุกมาจำต้องหนีหัวซุกหัวซุนไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ท่านยังจะเปรียบกับขวัญต๋ง งักเย อย่างนั้นหรือ"

ขงเบ้ง : "ความคิดของพญาครุฑกระจอกย่อมไม่รู้.....การคิดทำการใหญ่นั้น อุปมาเหมือนคนไข้หนัก ต้องให้ยาที่มีฤทธิ์น้อยเสียก่อน ถึงจะให้ยาที่มีฤทธิ์มาก เพื่อที่จะให้คนไข้นั้นได้ปรับตัว ซึ่งการที่เล่าปี่นายเราแพ้แก่โจโฉนั้น มีทหารเอกแต่กวนอู เตียวหุย จูล่งสามคนนี้มีทหารไม่กี่พัน เปรียบเหมือนดั่งคนไข้หนัก เราก็ได้เผาทหารโจโฉเสียที่ทุ่งพกบ๋องก็ครั้งหนึ่ง ที่แม่น้ำแปะโหเราก็ได้ไขน้ำให้ท่วมทหารโจโฉให้ตายเป็นอันมาก แม้นทหารใหญ่อย่างโจหยินและแฮหัวตุ้นยังกลัว ซึ่งท่านว่าขวัญต๋ง งักเย นั้นได้มีอุบายเช่นนี้หรือไม่ก็ไม่รู้ การที่เล่าจ๋องเสียเมืองเกงจิ๋วนั้นทางฝ่ายเราก็ไม่รู้เห็นด้วย หากนายเราได้ครองเมืองเกงจิ๋วมีเหรอเมืองเกงจิ๋วจะตกอยู่ในมือของโจโฉ เล่าปี่นายเราห่วงประชาชน ประชาชนจึงขอติดตามมานายเราจะทิ้งประชาชนก็มิได้ จึงโดนโจโฉไล่ตามตี อันกองทัพโจโฉนั้นมาก มากชนะน้อย นั้นเป็นเรื่องธรรมดามิใช่หรือ? สมัยพระเจ้าฮั่นโกโจยังแพ้พระเจ้าฌ้อปาอ๋องตั้งหลายครั้ง แต่ยังกลับมาชนะได้ แลดูตัวท่านนี้มีแต่ยกตนข่มท่านคิดว่าตัวเองดี แม้นภัยเข้ามาถึงตัวกลัวจะทำได้ไม่เหมือนปาก"

เตียวเจียวได้ยินเช่นนั้นก็นิ่งไม่กล้าพูดอะไรออกมา ซึ่งขงเบ้งนั้นตอนแรกโดนเตียวเจียวโจมตี ด้วย keyword ที่ว่า "โอ้อวดตน"  ว่า "ขงเบ้งอวดตนว่าเก่งเปรียบขวัญต๋ง งักเย" ขงเบ้งจึงสวนกลับในเหตุผลเดียวกันว่า "ชาวกังตั๋งนั้นอวดเก่งแต่มิมีปัญญาแก้ไขสถานการณ์"

Tuesday, November 27, 2012

#179 ความร้อนใจของซุนกวน


ข้งเบ้งนั่งเรือน้อยไปเมืองกังตั๋งกับโลซก ในขณะนั่งเรือนั้น โลซกได้ขอให้ขงเบ้งรับปากว่า

โลซก : "เมื่อท่านพบกับซุนกวนแล้วถ้าหากซุนกวนไต่ถามเกี่ยวกับกำลังทหารของโจโฉ ขอร้องท่านอย่าได้บอกความจริงว่าโจโฉมีทหารจำนวนมาก ให้บอกแต่เพียงว่าโจโฉมีทหารจำนวนน้อย ซุนกวนจะได้มีกำลังใจต่อสู้ด้วยโจโฉ"

โลซกเป็นลูกน้องที่รู้ใจนายยิ่งนักแต่การเปิดเผยครั้งนี้เป็นการผิดพลาดยิ่งนัก ทำให้ขงเบ้งเองได้ข้อมูลว่าแท้ที่จริงแล้วตัวซุนกวนเองก็หวั่นเกรงกำลังของโจโฉ ทำให้ขงเบ้งนั้นสามารถคิดอุบายที่จะใช้กับซุนกวน

ขงเบ้ง : "ท่านอย่าได้วิตกเลย ข้าพเจ้ามีวิธีคุยกับซุนกวนนายของท่าน"

ขงเบ้งเองก็พูดเชิงมิได้รับปากกับโลซก พอถึงเมืองชีสองโลซกให้ขงเบ้งกลับไปพักผ่อนรุ่งเช้าจึงนัดขงเบ้งเข้าพบกับซุนกวน ส่วนโลซกเข้าไปรายงานกับซุนกวนว่าบัดนี้ได้พาขงเบ้งมาพบในวันพรุ่งนี้ ซุนกวนได้ยินเช่นนั้นก็ยินดีพร้อมทั้งเอาจดหมายที่โจโฉเขียนมาถึงให้โลซกดู ทั้งโลซกและเตียวเจียวก็ได้อ่าน เตียวเจียวให้ความเห็นว่า



เตียวเจียว : "ข้าพเจ้าจึงเห็นว่าหากจะสู้รบทำสงครามกับโจโฉก็มีแต่จะแพ้ทำให้ชาวเมืองกังตั๋งเดือดร้อนควรที่จะยอมแพ้โจโฉ อีกทั้งโจโฉยังอ้างรับราชโองการฮ่องเต้ไหนเลยฝ่ายเราจะกล้าขัด"

บรรดาเหล่าที่ปรึกษาต่างก็เห็นด้วยกับความคิดของเตียวเจียวทั้งสิ้น ซุนกวนได้ฟังก็มิได้พูดประการใดและจึงบอกให้เลิกประชุมค่อยคุยกันพรุ่งนี้ หลังจากเลิกประชุมเสร็จโลซกเดินมาคุยกับซุนกวนและให้ความเห็นว่า

โลซก : "ข้าพเจ้าว่าท่านไม่ควรยอมแพ้ เพราะเมืองกังตั๋งนั้นสืบทอดมา 3 รุ่น สมัยซุนเกี๋ยน ซุนเซ็ก แล้วก็ซุนกวน จะให้ตกไปเป็นของโจโฉนั้นมิได้ พวกเหล่าที่ปรึกษานั้นรักตัวกลัวตาย"

ซุนกวนเองได้ฟังเช่นนั้นก็เห็นชอบแต่ก็ยังยำเกรงกองทัพของโจโฉอยู่ดี พรุ่งนี้ค่อยหารือใหม่แล้วนัดขงเบ้งเข้ามาให้ขอมูลด้านกองทัพของโจโฉ โดยพรุ่งนี้สั่งให้โลซกจัดการเสวนาระหว่างขุนนางเมืองกังตั๋งและขงเบ้ง ให้ได้สนทนากันเสียก่อนค่อยมาคุยกับซุนกวน

ซุนกวนนั้นทำเช่นนี้เพื่อที่จะข่มขวัญขงเบ้งให้ยำเกรงฝ่ายกังตั๋ง โลซกจึงรับคำทุกประการ

Saturday, November 24, 2012

#178 ขงเบ้ง vs โลซก

VS

เมื่อขงเบ้งออกมาเจอโลซกสงครามการทูตก็บังเกิดขึ้น โลซกเป็นฝ่ายรุกก่อน

โลซก : "ข้าพเจ้าได้ยินชื่อเสียงของท่านวันนี้ได้มาพบเป็นบุญจริงๆ"

ขงเบ้ง : "อันชื่อเสียงที่ได้ยินนั้นมันเกินความจริงไปหน่อย สติปัญญาของข้าพเจ้านั้นมีน้อยนิด จึงทำให้เล่าปี่นายข้าต้องลำบาก"  ขงเบ้งพยายามถ่อมตนเพื่อเปิดทางให้โลซกรุกเข้ามาอีก

โลซก : "งั้นข้าพเจ้าขอถามท่านหน่อยว่า ตอนที่ท่านรบกับโจโฉนั้นใช้อุบายอันใด"

ขงเบ้ง : "อันกองทัพของโจโฉนี้มีมากกว่าร้อยหมื่น ยกทัพมาครั้งนี้หวังจะเหยียบแผ่นดินให้จมลงในมหาสมุท ตัวโจโฉนั้นมีสติปัญญาเป็นอันมาก แม้ลิโป้ อ้วนสุด อ้วนเสี้ยว ที่ว่าเข้มแข็ง มีทหารมากกว่าโจโฉ ก็ยังต้องแพ้โจโฉ บัดนี้โจโฉยึดหัวเมืองทางเหนือไว้หมดสิ้น กำลังจะมุ่งสู่ใต้ พร้อมเหล่าขุนพลอันกล้าแกร่งและที่ปรึกษาผู้ชาญฉลาดอันมากมาย ข้าพเจ้าจึงไม่สามารถสู้รบกับโจโฉได้ตลอด กำลังฝั่งเรามีน้อยจึงต้องหนีมายังเมืองกังแฮเพื่อเอาตัวรอด"

ขงเบ้งบรรยายภาพแสนยานุภาพของโจโฉ เพื่อข่มขวัญให้โลซกตกใจ แต่โลซกก็ยังทำท่าทีนิ่งเพื่อมิให้ต้องเผยความกลัวของตนออกมา

โลซก : "ท่านคิดแค่จะหนีเอาตัวรอดมาที่เมืองกังแฮเท่านั้นเองเหรอ? ท่านมีแผนที่จะไปตั้งหลักที่ใดต่อ?"

โลซกพยายามเปิดทางให้ขงเบ้งออกปากต้องขออาศัยใบบุญของเมืองกังตั๋ง แม้ขงเบ้งเองซึ่งต้องการอาศัยความช่วยเหลือของซุนกวนแต่ขงเบ้งต้องการถือไพ่ที่เหนือกว่าจึงมิยอมออกปากขอก่อน ขงเบ้งจึงทำท่าทีล่อลวงโลซกต่อไป

ขงเบ้ง : "อาวสิ้วเจ้าเมืองซังงาวเป็นคนชอบกันกับเล่าปี่นายเรา เราคิดที่จะเสนอให้นายเราไปอาศัยอยู่ด้วย"

โลซกเห็นขงเบ้งไม่ยอมขอตนอาศัยก็ผิดหวัง จึงพยายามพูดปิดทางมิให้ขงเบ้งต้องไปอาศัยกับอาวสิ้ว

โลซก : "อันเมืองซังงาวนั้นผู้คนก็น้อย เสบียงก็น้อย แต่ตัวอาวสิ้วเองก็ยังรักษาดูแลตัวเองมิได้ เหตุใดจึงจะอาจรักษาผู้อื่นได้เล่า เรามิเห็นด้วย"

หลังจากโลซกปิดทางอาวสิ้วแล้ว โลซกคิดว่าขงเบ้งคงเหลือที่พึ่งสุดท้ายก็คือเมืองกังตั๋ง ซึ่งเป็นเมืองใหญ่พร้อมด้วยทั้งคนและเสบียง จึงพยายามบีบให้ขงเบ้งต้องเอ่ยปากขอ อาศัยซุนกวนอยู่ที่เมืองกังตั๋ง ถ้าเป็นเช่นนี้ฝ่ายเล่าปี่เองก็จะตกเป็นฝ่ายผู้อาศัย

หากมองว่าระหว่างโลซกและขงเบ้งกำลังเล่น casino กันอยู่ เงินเดินมพันของทั้ง 2 ฝ่ายต่างกันมาก ฝ่ายเล่าปี่มีเงินเดิมพันอันน้อยนิด เนื่องจากว่าเงินในตัวก็ไม่ได้มีมาก ส่วนเงินเดิมพันของซุนกวนนั้นมีมากกว่ามาก นั่นคือเมืองกังตั๋งทั้งเมือง จึงทำให้โลซกนั้นร้อนรนกว่าและอยากจะรีบปิดฉากการเดิมพันโดยเร็วที่สุด

ขงเบ้ง : "ที่ท่านพูดมามันก็ถูก แต่ข้าพเจ้านั้นหมดที่พึ่งแล้วจริงๆ นายเรากับซุนกวนนั้นก็มิได้ชอบคอกันไหนเลยซุนกวนจะให้อาศัยอยู่ จำต้องไปอาศัยอยู่กับอาวสิ่วเสียก่อนค่อยหาทางคิดอ่านต่อไป"

โลซกหมดหนทางเกรงว่าการใหญ่ของนายตนจะเสียไปจึงจึงคว่ำไพ่ของตนยอมเสียเงินเดิมพันเล็กน้อยเพื่อที่รักษาเงินก้อนโตยังคงไว้

โลซก : "ถ้าเป็นแบบนี้ เหตุใดเล่าปี่จึงไม่ลองส่งทูตไปเจรจากันซุนกวนเสียก่อน ค่อยไปอาศัยกับอาวสิ้วก็ยังไม่สาย"

ก็เป็นอันว่าบรรลุเป้าหมายขงเบ้งแล้ว เหลือแต่ให้โลซกนั้นเอ่ยปากวานขงเบ้งให้ไปเมืองกังตั๋งด้วยเท่านั้น

ขงเบ้ง : "กองทัพเราพึ่งหนีมา ดังนั้นเราจึงไม่มีทูตที่จะไปเจรจาว่าด้วยซุนกวน"

โลซก : "บัดนี้จูกัดกิ๋นพี่ชายของท่านรับราชการอยู่ด้วยซุนกวนที่เมืองกังตั๋ง หากเป็นคนอื่นเป็นทูตไปก็ไม่สนิทใจเท่ากับตัวท่านไปเอง ข้าพเจ้าเห็นว่าตัวท่านนั่นแหละที่ชอบจะเป็นทูตไปกังตั๋งในครั้งนี้"

ก็เป็นอันว่าสงครามการทูตยกแรกระหว่าง ขงเบ้งกับโลซกนั้น ขงเบ้งได้บรรลุเป้าหมายทุกประการ ขงเบ้งต้องเดินทางไปยังเมืองกังตั๋งเพื่อทำสงครามทูตกับอีกหลายๆเกม ไม่ว่าจะเป็นเหล่าที่ปรึกษาแห่งเมืองกังตั๋ง ซุนกวนเจ้าเมืองกังตั๋ง และจิวยี่เสนาธิการใหญ่