Wednesday, March 14, 2012

#103 เตียวสิ้วยอมแพ้




หลังจากเล่าปี่ได้ปล่อย อองต๋ง เล่าต้าย ไปได้ไม่นาน  กวนอู เตียวหุยก็ขี่ม้าไล่ตามหลัง อองต๋ง เล่าต้าย แล้วขู่ว่า หากทั้ง 2 คนนั้นไม่บริสุทธิใจก็จะฆ่าเสีย อองต๋ง เล่าต้าย ได้ยินเช่นนั้นก็ยำเกรงมากกว่าเดิม

วิเคราะห์
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งแผนการของเล่าปี่ที่ปล่อยตัวอองต๋ง เล่าต้ายไป แต่กลัว 2 คนนี้กลับมาคิดร้ายต่อตนอีกจงส่งกวนอูเตียวหุยไปขู่ช้ำอีกครั้ง

 

กวนอู และ เตียวหุยก็ขี่ม้ากลับเมือง เล่าปี่จึงเรียกทั้ง 2 เข้ามาประชุมการรับมือกับโจโฉอีกครั้ง เพราะเล่าปี่นั้นรู้อยู่แล้วว่าโจโฉนั้นคงไม่ฟังคำของ อองต๋งกับเล่าต้าย ยังไงโจโฉก็ต้องเข้ามาตีเมืองชีจิ๋วแน่ๆ

หลังจากคุยกันก็ได้แผนดังนี้
- ให้กวนอูคุมทหารนำครอบครัวของเล่าปี่ไปอยู่ที่เมืองแห้ฝือ
- ให้ซุนเขียนกับตันหยง บิต๊ก บิฮอง คุมทหารอยู่รักษาเมืองชีจิ๋ว
- ส่วนเล่าปี่กับเตียวหุยคุมทหารไปรักษาเมืองเสียวพ่ายซึ่งเป็นเมืองหน้าด่าน

 

หลังจากอองต๋งและเล่าต้ายกลับไปรายงานแก่โจโฉ โจโฉก็โกรธที่ทหารทั้ง 2 เสียรู้เล่าปี่ จังสั่งให้นำตัวทั้ง 2 ไปประหาร แต่ขงหยงก็ได้มาห้ามปรามไว้

 

จากนั้นโจโฉจึงปรึกษาขงหยงว่า จะทำอย่างไรต่อไปดี ขงหยงจึงบอกว่า ช่วงนี้เป็นหน้าหนาวไม่ควรออกรบ ควรที่จะรีบเร่งไปเกลี้ยกล่อมเตียวสิ้วกับเล่าเปียวจะดีกว่า โจโฉได้ฟังเช่นนั้นก็เห็นด้วย

 

จากนั้นโจโฉก็สั่งให้เล่าหัวไปทำการเกลี้ยกล่อมเตียวสิ้ว เล่าหัวได้เดินทางไปยังเมืองของเตียวสิ้วพบกับกาเซี่ยง ทั้ง 2 ก็ได้คุยกันจนกาเซี่ยงเอนเอียงไปด้วย

 

วันต่อมากาเซี่ยงได้เข้าไปพบเตียวสิ้วแล้วก็โนมน้าวเตียวสิ้วให้เข้าร่วมกับโจโฉ ไม่ทันนานทูตของอ้วนเสี้ยวก็มาถึงซึ่งทูตของอ้วนเสี้ยวนั้นก็มาเกลี้ยกล่อมเตียวสิ้วเหมือนกัน เตียวสิ้วนั้นรู้ดีว่าหากไปเข้าร่วมกับอ้วนเสี้ยวนั้นก็รู้ว่าอ้วนเสี้ยวไม่สามารถที่จะชนะโจโฉได้แน่ๆ จึงยอมเข้าร่วมกับโจโฉ

เตียวสิ้วได้เดินทางไปหาโจโฉที่เมืองฮูโต๋ โจโฉก็ดีใจเป็นอันมาก จึงแต่งตั้งให้เตียวสิ้วเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ฝ่ายทหารและแต่งตั้งกาเซี่ยงเป็นที่ปรึกษาตั้งแต่บัดนั้น

Monday, March 12, 2012

#102 แผนลึกซึ้งของเล่าปี่





หลังจากกวนอูได้จับตัวอองต๋งมาได้แล้ว เตียวหุยก็อาสาไปจับเล่าต้ายบ้าง เล่าปี่ก็ติงเตียวหุยกลัวจะเสียการณ์ เตียวหุยได้อาสาเสียงแข็งจนเล่าปี่ต้องใจอ่อน


เล่าต้ายรู้ข่าวว่าอองต๋งถูกกวนอูจับไปก็ตกใจกลัวไม่กล้าออกรบ เตียวหุยส่งคนไปท้ารบเล่าต้ายก็ไม่ยอมออกรบ เตียวหุยเห็นเล่าต้ายไม่ยอมออกรบจึงคิดอุบาย

เตียวหุยจึงดึ่มเหล้าเมามายจับทหารมาตีจนบาดเจ็บแล้วปล่อยตัวเป็นใส้ศึกในกองทัพของเล่าต้าย โดยหลอกให้เล่าต้ายยกทัพเข้าไปตีเตียวหุยกลางดึก เล่าตายไม่รู้กลจึงได้ยกทัพเข้าไปตีตามนั้น


เตียวหุยก็ซ้อนกลจนจับตัวเล่าต้ายนำมาให้เล่าปี่ได้ เล่าปี่ทราบความศึกแล้วมีความยินดี จึงว่ากับกวนอูว่า "เตียวหุยเป็นคนใจเร็วดื้อดึง ครั้งนี้คิดเป็นกลอุบายจับตัวเล่าต้ายได้ ซึ่งเตียวหุยมีสติปัญญาขึ้นดังนี้เห็นจะประกอบบุญเราขึ้น เราค่อยมีความสบายนัก"

จากนั้นเล่าปี่จึงแก้มัดเล่าต้ายและเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ผูกมัดใจ เล่าต้าย & อองต๋ง แล้วกล่าวกับทั้ง 2 ว่า


"เดิมเรายกมานี้จะได้คิดร้ายต่อมหาอุปราชนั้นหามิได้ เราคิดจะสนองคุณมหาอุปราชอยู่ทุกเวลามิได้ขาด แลกีเหมาเป็นคนหยาบช้า คิดจะทำร้ายเราให้ถึงสิ้นชีวิตเราจึงฆ่ากีเหมาเสีย มหาอุปราชมิได้แจ้งว่ากีเหมาคิดร้ายต่อเราก่อน จึงให้ท่านทั้งสองคุมทหารเป็นแม่ทัพมาจับเรา ธรรมดาเกิดมาก็ย่อมรักชีวิตอยู่เหมือนกันทุกคน เราจึงคิดรักษาตัวด้วยความจำเป็น ซึ่งกวนอู เตียวหุย ทำแก่ท่านทั้งสองนั้นท่านอย่าได้พยาบาทเลย บัดนี้เราจะให้ท่านทั้งสองกลับไปแจ้งข้อราชการแก่มหาอุปราช ท่านช่วยว่ากล่าวให้เห็นความจริงของเรา ไมตรีท่านทั้งสองจะได้มีต่อเราสืบไป"

แล้วส่ง 2 คนนี้กลับไปเป็นทูตกับโจโฉ

วิเคราะห์
ตอนนี้เป็นตอนสั้นๆแต่เป็นตอนที่แสดงให้เห็นวิสัยทัศของเล่าปี่
ประการแรก เล่าปี่ให้กวนอูออกรบก่อนเพื่อเป็นตัวอย่างแก่เตียวหุย และเพื่อไม่ให้เสียการ และรู้อยู่แล้วว่าความผิดพลาดครั้งที่แล้วที่กวนอูสังหารกิเหมานั้น กวนอูจะไม่ทำผิดอีกครั้ง

ประการที่ 2 เล่าปี่เบรกเตียวหุยไม่ให้วู่วามเพื่อให้เตียวหุยตั้งสติได้ จนเตียวหุยทำการสำเร็ส

ประการที่ 3 เล่าปี่ไม่ประหาร 2 คนนี้แสร้งทำเป็นไม่รู้คิดว่าโจโฉโกรธตัวเองเพราะตัวเองไปประหารคนสนิทของโจโฉ (กิเหมา) และพยายามผูกใจโจโฉไว้ว่า เล่าปี่นั้นยังไม่ต้องการเป็นศรัตรูต่อโจโฉ

#101 ธงโจโฉหลอกเล่าปี่





ทางด้านเล่าปี่เมื่อได้ทราบรายงานว่ากองทัพโจโฉยกทัพมายังชายแดนเมืองชีจิ๋วก็ตกใจ สั่งทหารให้ไปดูว่าธงแม่ทัพนั้นคือใคร ปรากฎว่าธงแม่ทัพนั้นชื่อโจโฉ เล่าปี่ตกใจคิดว่าโจโฉยกทัพมาเอง


ส่วนเล่าต้ายและอองต๋งนั้นโจโฉได้ส่งจดหมายมาให้เข้าตีเมืองชีจิ๋วได้แล้วโจโฉจะตามมาภายหลัง ทั้ง 2 ต่างก็เกี่ยงกันว่าใครจะไปตีก่อน จึงเสี่ยงดวงในการจับฉลาก อองต๋งจับได้คำว่า "ก่อน" จึงเข้าไปตีก่อน แท้จริงแล้วเป็นแผนของเล่าต้ายที่เขียนคำว่า "ก่อน" ในทั้ง 2 ใบ


โจโฉกำลังจะเดินกองทัพมาตีเมืองชีจิ๋วแต่ก็ต้องพะวงกับอ้วนเสี้ยวที่ยกทัพมาอีกครั้ง โจโฉจึงละจากการตีชีจิ๋วมาสกัดอ้วนเสี้ยว โดยที่กองทัพโจโฉที่ยกไปสกัดอ้วนเสี้ยวนั้นไม่มีธงของโจโฉอยู่ด้วย



ส่วนเล่าปี่ก็ประเมิณสถาณการแล้วก็ยิ่งสงสัยว่าตัวโจโฉนั้นอยู่ที่ใดกันแน่จึงเสียตันเต๋งเข้ามาปรึกษา ตันเต๋งนั้นฉลากรู้ทันโจโฉจึงแจงว่าเป็นกลอุบายโจโฉหลอกว่า "มีคือไม่มี ไม่มีคือมี"


เล่าปี่ได้ฟังก็คลายใจจึงเรียกกวนอูเตียวหุยมา เตียวหุยนั้นขออาสาออกไปทำการแต่เล่าปี่ไม่เห็นด้วยจึงให้กวนอูไปแทน

กวนอูออกไปได้ไม่นานก็สามารถจับตัวอองต๋งมาได้ เล่าปี่เห็นก็รีบไปแก้มัดอองต๋งแล้วแสดงไมตรีเป็นอย่างดี


กวนอูจึงว่ากับเล่าปี่ว่า "ข้าพเจ้ารู้ใจพี่ใหญ่ว่ายังไม่ต้องการแตกหักกับโจโฉ จึงพยายามจับเป็นอองต๋งมามอบ เล่าปี่ได้ฟังจึงว่าน้องรองเจ้านับว่าเข้าใจความคิดของเรา และนี่คือเหตุผลที่เราไม่อนุญาตให้น้องเล็กออกไปรบในครั้งนี้ เพราะหากเป็นเตียวหุยออกไปรบจับข้าศึกได้คงจะฆ่าเสีย จะเป็นอุปสรรคต่อการเจรจาความเมืองกับโจโฉในวันหน้า เพราะทั้งอองต๋งและเล่าต้ายนั้นถึงจะฆ่าก็หาความหมายอันใดมิได้ เว้นชีวิตสองคนนี้ไว้อาจได้อาศัยปากไปเจรจาความกับโจโฉจะเป็นผลดียิ่งกว่า"




Thursday, March 8, 2012

#100 โจโฉ vs อ้วนเสี้ยว ยกที่ 1


VS

โจโฉตัดสินใจรบกับอ้วนเสี้ยวแล้วแต่เกรงว่าเล่าปี่จะยกกองทัพวกเข้ามายึดเมืองหลวง โจโฉจึงวางอุบายแต่งให้เล่าต้ายกับอองต๋งคุมทหารห้าหมื่นยกไปเมืองชีจิ๋ว ทำทีว่าจะตีเมืองชีจิ๋ว โดยให้เอาธงสำคัญสำหรับตัวโจโฉไปในกองทัพด้วย เพื่อลวงให้เล่าปี่หลงผิดว่าโจโฉยกกองทัพมาตีเมืองชีจิ๋วด้วยตนเอง พร้อมทั้งสั่งว่าห้ามออกรบเป็นอันขาด


เทียหยกให้ความเห็นแก่โจโฉว่า "การแต่งตั้งเล่าต้ายและอองต๋งไปลวงเล่าปี่ครั้งนี้เห็นทีจะไม่สำเร็จ เพราะทั้งสองคนนี้คงจะรับมือกับความคิดสติปัญญาของเล่าปี่และกำลังทหารของกวนอู เตียวหุย ไม่ได้"


โจโฉจึงว่าเรารู้ดีอยู่ว่าสองคนนี้ไม่มีทางที่จะรับมือเล่าปี่ได้ แต่ก็หวังว่าจะสามารถลวงเล่าปี่ได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง เมื่อเราตีทัพอ้วนเสี้ยวแตกไปแล้วจะได้ยกไปสมทบตีเมืองชีจิ๋วกำจัดเล่าปี่ต่อไป เทียหยกได้ฟังคำโจโฉเช่นนั้นก็พยักหน้าเป็นทีเห็นชอบด้วย

ในขณะที่อ้วนเสี้ยวกำลังจะเดินทัพนั้นก็มิได้ บรรดาที่ปรึกษาและแม่ทัพนายกองของอ้วนเสี้ยวก็มีความเห็นไม่ลงรอยกัน บ้างก็เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวกลัวคนอื่นได้เปรียบ


เขาฮิวนั้นน้อยใจว่าตัวเองเป็นผู้มีสติปัญญาแต่อ้วนเสี้ยวมิได้มอบหมายให้บัญชากองทัพ กลับให้สิมโพยเป็นปลัดทัพมีอำนาจบังคับบัญชาทหารทั้งปวง



ชีสิวก็น้อยใจอ้วนเสี้ยวว่าเสนอความเห็นประการใดอ้วนเสี้ยวก็ไม่ทำตาม



โจโฉได้จัดให้อิกิ๋มและลิเตียนคุมทหารไปตั้งสกัดทางแม่น้ำฮวงโหชายแดนเมืองฮูโต๋ป้องกันมิให้อ้วนเสี้ยวแอบมาตีและสั่งให้โจหยินรับผิดชอบเป็นแม่ทัพใหญ่คุมกำลังตั้งมั่นอยู่ที่ตำบลกัวต๋อ


อ้วนเสี้ยวนั้นยกทัพไปไม่ดูฤดูกาลก่อน ดันยกทัพไปในช่วงฤดูหนาวทำให้ยากแก่การรบสุดท้ายก็ต้องแตกทัพกลับต่างจากโจโฉเห็นที่มองเห็นว่าอ้วนเสี้ยไม่มีทางเข้ามาตีได้เนื่องจากสภาพอากาศนั้นไม่เอื้ออำนวยโจโฉนั้นตั้งรับรอให้อ้วนเสี้ยวนั้นถอยทัพกลับไปเอง

ศึกยกแรกอ้วนเสี้ยวยกทัพใหญ่มาก็ได้แต่ดูเชิงไม่ออกรบเนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยสาเหตุเพราะผู้นำโลเล ไม่มีความรู้ในพิชัยสงคราม ไม่รู้ว่าเวลาไหนควรรบไม่ควรรบ

#99 ตันหลิมพรรณาความชั่วของโจโฉ




ก่อนที่จะเดินทางกำจัดโจโฉ กัวเต๋าได้เสนอแผนการให้เขียนพรรณนาความชั่วช้าที่เป็นเผด็จการทรราชย์ของโจโฉให้ปรากฏก่อน ค่อยเดินทัพเข้าตี อ้วนเสี้ยได้ฟังเช่นนั้นก็เห็นด้วย
จึงสั่งให้ตันหลิมซึ่งเคยเป็นอาลักษณ์มาตั้งแต่สมัยพระเจ้าฮั่นเต้เขียนสารนั้นขึ้น แล้วนำไปให้แก่โจโฉ ความว่า


"ครั้งก่อนฮ่องเต้อ่อนแอ เตี๋ยวโก๋หยาบช้า ยึดกุมอำนาจ เอาแต่ใจตัวเอง ขุนนางทั้งหลาย ไม่กล้าโต้แย้ง ในที่สุดก็ล่มจม  ราชวงเสื่อมเป็นที่น่าอับอาย
โจโฉเป็นหลานโจเท้ง ขันทีชั่วช้า คบพวกกังฉิน ช่อราษบังหลวง โกงบ้านกินเมือง โจโก๋พ่อมัน เดิมเป็นขอทาน เขาขอมาเลี้ยง จากนั้นได้เป็นขันที ล่อลวงฮ่องเต้ จนมีอำนาจ
โจโฉไม่มีศีลธรรม เหี้ยมโหดโฉดชั่ว"

ขณะนั้นโจโฉเริ่มป่วยทางประสาท มีอาการเครียดและปวดศีรษะเป็นประจำ แต่อาการยังไม่รุนแรงนัก ในขณะที่โจหองนำสำเนาแถลงการณ์ของอ้วนเสี้ยวไปมอบนั้น โจโฉกำลังนอนรักษาตัวอยู่ ครั้นได้อ่านแถลงการณ์จบแล้ว โจโฉโกรธเหงื่อออกทุกเส้นขน อาการดีขึ้นมาทันตาเห็น
 จึงถามโจหองว่าใครเป็นผู้แต่งแถลงการณ์ฉบับนี้   โจหองรายงานว่าเท่าที่ทราบมานั้นตันหลิมอดีตอาลักษณ์ในพระเจ้าฮั่นเต้เป็นผู้แต่งแถลงการณ์ฉบับนี้


โจโฉได้ยินชื่อตันหลิมจึงว่า "อ้วนเสี้ยวคิดทำการใหญ่ก็มีสติปัญญาอยู่ แต่หาทหารเอกที่มีฝีมือมิได้ ถ้าพร้อมกันทั้งสองประการ เห็นอ้วนเสี้ยวจะคิดการใหญ่ตลอด เสียดายตันหลิมเป็นคนมีสติปัญญา ซึ่งไปอยู่กับอ้วนเสี้ยวนั้นเห็นจะป่วยการเสียเปล่า"




ขงหยงให้ความว่า "อ้วนเสี้ยวยกทัพมาครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ยากที่จะรับมือจึงควรที่จะเจรจาประนีประนอมกัน เห็นทีอ้วนเสี้ยวจะเลิกทัพกลับไป"


ซุนฮกที่ปรึกษาของโจโฉได้แย้งว่า "อ้วนเสี้ยวผู้นี้แม้จะมีกำลังทหารเป็นอันมาก แต่ขาดสติปัญญาความคิด การที่จะไปเจรจาประนีประนอมตามที่ขงหยงเสนอย่อมเป็นการไม่ชอบ"

โจโฉเห็นด้วยกับซุนฮกเตรียมกำลังไพร่พลรับมืออ้วนเสี้ยว

วิเคราัะห์
กัวเต๋าได้เสนอแผนการเขียนจดหมายประกาศด่าโจโฉก่อนที่จะยกทัพไปเนื่องจากว่า ต้องการให้ทั้งแผ่นดินได้รู้ความชั่วของโจโฉ ดังนั้นอ้วนเสี้ยวก็จะได้เป็นกองทัพธรรมโดยปริยาย แต่แผนการนี้ไม่ได้ทำให้โจโฉรู้สึกอับอายแต่อย่างใดเลยกลับทำให้โจโฉนั้นหายป่วยด้วยโรคประสาทเสียอีก

Sunday, March 4, 2012

#98 อ้วนเสี้ยวเปิดสงครามกับโจโฉ



จากนั้นเต้เหี้ยนก็ได้มีหนังสือไปถึงเล่าปี่และอ้วนเสี้ยว ให้ร่วมมือกันแก้ไขสถาณ์การ เมื่ออ้วนเสี้ยวรับจดหมายก็ยังมีความเคืองแค้นเล่าปี่ที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้อ้วนสุดผู้น้องต้องตาย แต่อ้วนสุดก็มาคิดๆดู ต้นเหตุน่าจะเป็นโจโฉมากกว่าเพราะโจโฉคงรับสั่งให้เล่าปี่ทำการ คิดๆไปก็ลังเล จังเรียกที่ปรึกษามาประชุมกัน


เตียนห้อง &  ชีสิว ไม่เห็นด้วยกับการยกกองทัพไปตี แต่ สิมโพย & กัวเต๋า เห็นด้วยกับการทำสงคราม


อ้วนเสี้ยนเห็นที่ปรึกษามีความเห็นไม่ลงรอยกันก็เกิดลังเล ทันใดนั้น เขาฮิว ก็เข้ามาที่ประชุมทีหลัง อ้วนเสี้ยวจึงถามทั้งสอง

เขาฮิวจึงตอบว่า "ครั้งนี้ทหารท่านก็มีเป็นอันมาก ถ้าจะไปช่วยเล่าปี่ซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์อันมีกำลังน้อยจะได้กำจัดโจโฉซึ่งเป็นศัตรูราชสมบัติได้ เหมือนท่านช่วยกู้แผ่นดินไว้ ความชอบก็จะมีแก่ท่านไปภายหน้า"

อ้วนเสี้ยวได้ยินดังนั้นก็ตัดสินใจร่วมมือกับเล่าปี่ยกทัพไปตีโจโฉ



อ้วนเสี้ยวให้งันเหลียง บุนทิวเป็นกองทัพหน้า 2 ทหารเอก ให้สิมโพยเป็นปลัดทัพ มีอำนาจหน้าที่บัญชาการกองทัพทั้งปวง ตัวอ้วนเสี้ยวเป็นทัพหลวง คุมทหารม้าสิบห้าหมื่น ทหารเดินเท้าสิบห้าหมื่น ให้เตียนห้อง เขาฮิว ซุนขามเป็นที่ปรึกษา การจัดกองทัพของอ้วนเสี้ยวครั้งนี้นับว่าเป็นกองทัพใหญ่ที่สุดหลังจากที่มีการจัดตั้งกองทัพปฏิวัติในยุคสมัยของตั๋งโต๊ะ ครั้นจัดแจงกองทัพเสร็จแล้วให้เตรียมวันฤกษ์ดีเพื่อเคลื่อนทัพต่อไป

แล้วนี่ก็เป็นการเปิดตัวบรรดาแม่ทัพ & ที่ปรึกษาของก๊กอ้วนเีสี้ยว


Saturday, March 3, 2012

#97กวนอูสังหารกิเหมา




ซุนฮกออกอุบายให้โจโฉวางแผนกำจัดเล่าปี่โดยสั่งให้กีเหมา คิดแผนสังหารเล่าปี่เสียและให้ตันเต๋งมาช่วยปรึกษาแผนการ ต่อมากีเหมาก็เรียกตันเต๋งมาปรึกษา ตันเต๋งนั้นออกอุบายให้ซุ่มทหารไว้ยังประตูเมือง พาเล่าปี่มาก็จัดกสนฆ่าเสีย กีเหมาได้ฟังก็เห็นชอบด้วย

ตันเต๋งได้เดินทางกลับมาที่บ้านก็เล่าความให้ตันกุ๋ยผู้พ่อฟังทุกประการ ตันกุ๋ยติงว่า "เดิมทีเราสองพ่อลูกรับราชการในเมืองชีจิ๋วแต่ครั้งที่โตเกี๋ยมเป็นเจ้าเมือง ครั้นเล่าปี่เป็นเจ้าเมืองตามพินัยกรรมของโตเกี๋ยมเราก็มีความสุข ต่อมาจนกระทั่งลิโป้ชิงเมืองชีจิ๋วราษฎรได้ความเดือดร้อน  พระเจ้าเหี้ยนเต้จึงโปรดให้โจโฉมาปราบ  เราพ่อลูกจึงเข้าช่วยโจโฉกำจัดลิโป้จนสำเร็จ ราษฎรจึงมีความสุขขึ้น การที่เราเข้าช่วยโจโฉครั้งนั้นคือการช่วยราชการในราชวงศ์ฮั่น หาใช่เราช่วยเหลือโจโฉเป็นการส่วนตัวหรือยอมเป็นพวกของโจโฉไม่ "



ตันเต๋งได้ฟังก็สำนึกผิดรีบขี่ม้าไปแจ้งเล่าปี่ พอถึงกลางทางได้สวนกวนอู เตียวหุย  จึงเล่าแผนการที่กิเหมาจะสังหารเล่าปี่ให้ฟังทุกประการ  กวนอูเตียวหุยได้ฟังก็โกรธเป็นอันมาก กวนอูได้ทำอุบายปลอมตัวเป็นทหารของโจโฉไปรอยังหน้าประตูเมืองในเวลาค่ำ บอกให้กีเหมาเปิดประตูให้ กีเหมามองไม่ถนัดว่าใช่ทหารของโจโฉหรือไม่ กีเหมาจึงพาทหารลงมาดู ปรากฎว่าทหารที่มานั้นไม่ใช่ทหารโจโฉแต่เป็นทหารของกวนอู

กีเหมาตกใจรีบชักม้าเข้าเมืองแต่ตันเต๋งสั่งให้ทหารปิดประตูเมือง กีเหมาเห็นเข้าตาจนจึงสู้ตายกับกวนอู สู้กันได้ไม่นานกวนอูก็เอาง้าวฟันกีเหมาถึงแก่ความตาย


กวนอูเตียวหุยได้เข้าไปรักษาเมืองชิจิ๋วได้ เตียวหุยโกรธกีเหมามากจึงเข้าไปสังหาร ครอบครัวกีเหมาทั้งครอบครัว พอเล่าปี่มาถึงเมืองชีจิ๋วรู้ความเรื่องกวนอูฆ่ากิเหมา เตียวหุยฆ่าล้างตระกูลของกิเหมา ก็โกรธจึงด่าว่าน้องทั้งสองว่า การกระทำเช่นนี้เท่ากับว่า ประกาศสงครามกับโจโฉ


ตันเต๋งจึงออกอุบายให้เต้เหี้ยน ซึ่งเป็นคนที่อ้วนเสี้ยวนับถืออยู่แล้ว ช่วยเขียนจดหมายไปหาอ้วนเสี้ยวร่วมมือกับเล่าปี่กำจัดโจโฉ เล่าปี่ก็เห็นด้วยตามนั้นทุกประการ